จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.วันที่ 1 มกราคม มีนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส ชื่อนางเบอเนอตูลิเยร์ เลอร์ซุฟเฟลอร์ อายุ 41 ปี กับสามี เดินตามเส้นทางชมธรรมชาติเลาะตามคลองลำตะคอง ช่วงระหว่าน้ำตกผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต ฝ่าฝืนป้ายห้ามเข้าในพื้นที่วังจระเข้ ห่างจากทางเดินชมธรรมชาติลงไปคลองที่จระเข้อาศัยอยู่ และจังหวะเห็นจระเข้ขึ้นจากน้ำมาอาบแดดในช่วงบ่าย ได้ฝ่าฝืนป้ายอันตรายห้ามเข้า ไปนั่งยองๆ ใกล้ตัวจระเข้ ให้สามีเป็นคนถ่ายภาพ และเสียหลักทำให้จระเข้ตกใจงับขาด้านซ้ายเป็นแผลเหวอะ ตามสัญชาตญาณที่สัตว์ต้องป้องกันตัวอยู่แล้ว
วันที่ 2 มกราคม นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้รายละเอียดว่า ตนย้ายมารับตำแหน่งหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ เมื่อปี 2557 ก็พบว่ามีจระเข้ตัวดังกล่าวอาศัยอยู่ในคลองซึ่งเรียกว่าวังจระเข้ บริเวณเหนือน้ำตกเหวสุวัต ประมาณ 1 กม. แต่ที่ผ่านมาจระเข้ตัวนี้ก็ไม่เคยออกไปจากบ่อน้ำนี้และไม่เคยทำอันตรายนักท่องเที่ยวคนใด ซึ่งนักท่องเที่ยวคนไทยเองรู้ดี แต่อาจจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ชอบท้าทาย จึงทำให้เกิดเหตุขึ้นมา ทั้งที่มีป้ายห้าม ในช่วงลับสายตาที่เจ้าหน้าที่ออกตรวจเป็นระยะ
ประวัติจระเข้ตัวนี้ คาดว่ามีคนนำเข้ามาปล่อยในลำคลองลำตะคอง ในช่วงนายมาโนช การพนักงาน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อปี 2551-52 เมื่อ 8-9 ปี และมีทีมสัตวแพทย์จากฟาร์มจระเข้ศรีราชา จ.ชลบุรี เดินทางเข้ามาตรวจพื้นที่เพื่อทราบสายพันธุ์ของจระเข้ตัวนี้แล้วว่าทราบว่าเป็นจระเข้น้ำจืดที่มีคนนำมาปล่อย ไม่ใช่จระเข้จากธรรมชาติ และสามารถหากินอาหารพวกปลาในแหล่งน้ำได้เอง แต่ก็มีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่พยายามจะจับ แต่ไม่สามารถจับได้ เพราะในคลองดังกล่าวมีท่อนไม้ขนาดใหญ่และเศษไม้เป็นที่หลบซ่อนตัวอย่างดีและน้ำลึก ซึ่งหลายคนบอกว่า จระเข้อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติมากมาย เช่น อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา ไม่เคยทำอันตรายนักท่องเที่ยวนอกจากจะไปรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัย

