นายปัญญา แซลิ้ม อายุ 35 ปี หนึ่งในนักเรียนทุนอานันทมหิดล พร้อมด้วยภรรยา นางรณิษฐา วงศ์พรหมเมฆ อายุ 32 ปี กล่าวว่า เดินทางจากบ้านย่านพุทธมณฑลสาย 2 มาเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ 02.40 น. ตั้งใจเลือกวันนี้โดยเฉพาะเพราะอยากเริ่มต้นปีด้วยการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 และเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระองค์ หลังจากนี้จะได้น้อมนำพระราชดำริและศาสตร์ต่าง ๆ ของพ่อหลวงมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความพอเพียง และการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
“ส่วนตัวนอกจากซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายทำเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดระยะเวลา 70 ปีแล้ว ตนเป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล สาขาเกษตรศาสตร์ ปี 2548 ได้ศึกษาต่อในต่างประเทศจนขณะนี้เรียนจบปริญญาเอก กำลังทำงานหาประสบการณ์อยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ และตั้งใจจะนำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียน ประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากโอกาสในครั้งนี้กลับมาพัฒนาประเทศในปีหน้า มูลนิธิอานันทมหิดลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งขึ้น จึงถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างสูงสุดทั้งในแง่ของการศึกษาและการพัฒนาประเทศในอนาคต วันนี้ตัวเองจึงตั้งใจกลับมาประเทศไทยเพื่อกราบสักการะพระองค์ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์โดยเฉพาะ ก่อนกลับไปทำงานที่ประเทศนอร์เวย์”

นางอำพะวัน หล้าคำ อายุ 51 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว จำนวน 5 คน ด้วยรถไฟ กล่าวด้วยน้ำตาว่า การสวรรคตของพระองค์ ทำให้รู้สึกเสียใจมากเหมือนสูญเสียเสาหลักในชีวิตไป แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง จนกระทั่งวันนี้ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยในตอนที่เห็นพระบรมโกศ จึงทำให้ดิฉันได้รับรู้ว่า เรื่องนี้คือเรื่องจริงแล้ว น้ำตาจึงไหลออกมาไม่หยุด
“ในฐานะที่เป็นครู จึงได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะเผยแพร่พระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้นักเรียนได้รับทราบและน้อมนำมาปฏิบัติตาม โดยเฉพาะแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้ร่วมกับเพื่อนครูด้วยกัน จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักเก็บออมทุกวัน จัดตั้งเป็นธนาคารโรงเรียน โดยรวมกับธนาคารออมสิน ทำให้ทางโรงเรียนได้รับรางวัลจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านความพอเพียงระดับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งผลจากการจัดกิจกรรมก็พบว่า สามารถทำให้นักเรียนรู้จักอดออม จนเด็กเรียนบางคนมีเงินสะสมเป็นระดับหมื่นบาท เมื่อจบการศึกษาออกไป” นางอำพะวัน กล่าวด้วยความภูมิใจ
นางสัมฤทธิ์ วังคะฮาด อายุ 62 ปี ชาวอ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวด้วยน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจมากที่พระองค์ได้จากพวกเราไป เพราะพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจต่อคนไทยอย่างมาก โดยในชาวจ.ขอนแก่นเอง พระองค์ก็ได้มีพระราชดำริให้สร้างเขื่อนอุบลรัตน์ และระบบชลประทานขนาดเล็ก อาทิ อ่างเก็บน้ำหนองวาย ซึ่งช่วยให้จ.ขอนแก่นมีน้ำบริบูรณ์ ไม่แห้งแล้งเหมือนในอดีต ปลูกพืชอะไรก็ได้ พร้อมทั้งยังช่วยให้สามารถทำนาได้ถึง 2 รอบ จากเดิมที่ทำนาได้เพียง 1 รอบ ช่วยให้ชาวขอนแก่นมีคุณชีวิตที่ดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม นับเป็นพระมหากรุญาธิคุณอันล้นพ้น





