เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ แถลงจับกุมชาวเยอรมันเเก๊ง “Hell angel”ส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยนายเด็น(นามสมมุติ) สัญชาติเยอรมัน เป็นหนึ่งในสมาชิกเเก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฏหมาย “Hell angel” มีหมายจับประเทศเยอรมันส่งเรื่องมาสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ(ตร.) เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามหมายจับเหตุทำร้ายร่างกายที่เมืองคีล ประเทศเยอรมัน โดยสืบทราบว่า นายเด็น หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อ.เมือง จ.เชียงราย โดยชุดจับกุมเฝ้าติดตามพฤติกรรมและเเสดงตัวเข้าจับกุมพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามหมายจึงจับกุมและส่งสำนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีสองจับกุม 1.นายสตีเว่น(นามสมมุติ)อายุ 28ปี 2.วายู (นามสมมุติ)อายุ 30ปี 3.นางพิสก้า (นามสมมุติ)อายุ 26ปี เเก๊งยาเสพติดรายใหญ่ของอินโดนีเซียอินโดนีเซีย บุคคลตามหมาจับรัฐบาลอินโดนีเชียความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและหลบหนีมาอยู่ที่ประเทศไทย ก่อนจับกุมสืบสวนพบว่านายวายู และนางพิสก้า หลบหนีมาอาศัยอยู่คอนโด พื้นที่บางกะปิ กทม. จึงเข้าตรวจสอบพบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณเหมือนบุคคลทั้งสองจึงเข้าจับกุมและนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการต่อไป ต่อมารับเเจ้งว่า นายสตีเว่น สัญชาติ อินโดนีเซีย กำลังเดินทางออกนอกประเทศ จึงควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการต่อไป สอบถามผู้ต้องหาทั้ง 3 รายรับว่าวางแผนเดินทางเข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทยในลักษณะปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว และแยกย้ายกันหลบซ่อนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับพร้อมกันและมีการติดต่อกันผ่านแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต
และคดีสามจับกุมนางแก้ว (นามสมมติ)หรือ เเก้วเขาดิน เครือข่ายขนแรงงานต่างด้าวรายใหญ่ พื้นที่สระเเก้ว ประกอบกิจการรถตู้ในพื้นที่ใกล้ด่านชายแดน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกาศเชิญชวนลูกค้า ชาวกัมพูชา ว่าพาคนกัมพูชาเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยผ่านทางชายแดนกัมพูชาได้อย่างสะดวกและมีข้อมูลเชิงลึกว่าเครือข่ายนางแก้ว ลักลอบขนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมายด้วย จึงวางแผนจับกุมพบรถยนต์โตโยต้า สีขาว ทะเบียน กทม. และรถยนต์ตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน จ.ระยอง ลักษณะคล้ายกับรถยนต์ตู้ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ของนางแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงไล่ติดตามและเรียกให้หยุดรถพบรถยนต์ตู้ทะเบียน จ.ระยอง นายประดิษฐ์ (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้ขับรถ นายบำเหน็จ (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้โดยสาร และเจ้าของรถ พบชาวต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 5 ราย เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมายทั้งหมด 2.รถยนต์ตู้ทะเบียน กทม.มีนายมนตรี (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้ขับรถ และนายชานนท์ (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้โดยสารพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 5 รายเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย 4 ราย สอบถามคนต่างด้าวทั้งหมดให้การว่า นางแก้วและนายชานนท์ จะทำหน้าที่ติดต่อประสานงานพาคนต่างด้าวชาวกัมพูชา โดยใช้รถตู้ผ่านเข้ามาประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติเพื่อมาทำงานในประเทศไทยโดยคนต่างด้าวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับนางแก้วรายละ 3,500 บาท โดยในขบวนการดังกล่าวมี นายบำเหน็จ, นายมนตรี และนายประดิษฐ์ ทำหน้าที่ ขับรถรับ-ส่งคนต่างด้าวจากชายแดน จ.สระแก้วไปส่งที่ กทม. ซึ่งนายชานนท์จะแบ่งรายได้ให้กับผู้ทำหน้าที่ขับรถรายละ 1,000 บาทต่อคน สำหรับคนต่างด้าวที่เอกสารไม่ถูกต้อง ซึ่งคนขับรถจะทราบดีว่าคนต่างด้าวชาวกัมพูชาที่โดยสารรถของตนจะไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อดำเนินคดีต่อไป

