ตะลึง! กู้ภัยพบหัวจระเข้65หัว หลังช่วยหนุ่มวัย25ปี ขี่จยย.พ่วงข้างเสียหลักตกคลอง

2.01.17 | 22:19 น.

เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่จ.อ่างทอง ร.ต.อ.วชิรวิทย์ จันทนา รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกษไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเสียหลักตกลงไปในคลองชลประทาน บริเวณริมถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรี (สายเก่า) หมู่ที่ 3 ตำบลไชโย อำเภอไชโย หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ดำ หมายเลขทะเบียน กตษ 310 อ่างทอง ซึ่งดัดแปลงเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เสียหลักตกลงไปในคลองชลประทาน โดยผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวทราบชื่อต่อมานาย กิตติ สุวรรณภา อายุ 25 ปี ชาวสิงห์บุรี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตกตะลึง เมื่อพบว่านาย กิตติ ได้บรรทุกซากหัวจระเข้น้ำจืด จำนวน 65 หัว อยู่ในพ่วงข้างของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

จากการสอบถามนาย กิตติ ให้การว่า ซากหัวจระเข้น้ำจืดเป็นของเพื่อนของตนซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ได้สั่งซื้อทางเฟสบุ๊กมาจากฟาร์มจระเข้แห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี เพื่อจะนำมาสตาร์ฟขาย โดยวานให้ตนขับมารับเพื่อนำไปตากไว้ที่บ้าน เนื่องจากเห็นว่าบ้านของตนอยู่ห่างไกลจากชุมชน ซึ่งซากหัวจระเข้น้ำจืดดังกล่าวเก็บดองมานานเกือบเดือนจนกระทั่งจะนำออกมาตากแดด แต่ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นกลัวว่าจะรบกวนเพื่อนบ้าน ซึ่งระหว่างที่ตนเองกำลังขนย้ายได้มาประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำลงไปในคลองเสียก่อน

ด้าน ร.ต.อ.วชิรวิทย์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนนาย กิตติ ได้ยอมรับว่าเป็นของตนเอง โดยกำลังจะนำไปตากแห้งที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมทำการตรวจสอบ พบว่าซากหัวจระเข้น้ำจืดที่อยู่ในความครอบครองนั้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์หรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ทำการควบคุมตัวนายกิตติ พร้อมด้วยของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป