28 ส.ค.นี้ลุ้นฟังคดี “ส.ว.อุปกิต”หลังอสส.มีคำสั่งคดีสมคบฟอกเงิน

25.08.23 | 13:55 น.

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้าที่พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวนที่ อสส.มอบหมาย (อัยการสำนักงานการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน บช.ปส.3) มีความเห็นควรสั่งฟ้องนายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ความผิดฐานเป็นสมาชิกวุฒิสภาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน เป็น ส.ว.ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีส่วนร่วมกระทำการใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว ว่าเดิมเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางพนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติดนัดฟังคำสั่งเเต่ นายอุปกิต เเจ้งขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งโดยเเจ้งเหตุว่าอยู่ระหว่างสมัยประชุมสภาจึงได้สิทธิรับความคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งทางอัยการคงต้องพิจารณาให้เลื่อนออกไปก่อนตามกฎหมายเป็นวันที่ 28 ส.ค.ขณะนี้อัยการสูงสุดตรวจสำนวนเเละมีคำสั่งเด็ดขาดในคดีเรียบร้อยเเล้ว เเต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดคำสั่งได้ จนกว่าจะถึงวันนัดฟังคำสั่งเพื่อเเจ้งให้ต่อนายอุปกิต โดยวันดังกล่าวหากนายอุปกิต ขอเลื่อนคดีทางพนักงานอัยการก็จะพิจารณาตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 บัญญัติเรื่องความคุ้มกันสมาชิกสภาผู้เเทนฯไว้ว่า ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือในกรณีที่จับในขณะกระทำความผิดกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกรัฐสภาในคดีอาญาไม่ว่าจะฟ้องในหรือนอกสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีระหว่างสมัยประชุมมิได้ (ฟ้องร้องได้แต่พิจารณาคดีไม่ได้) ยกเว้น 2 กรณี คือได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือ กรณีที่เป็นคดีเกี่ยวกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง หรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่การพิจารณาคดีต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภาซึ่งการคุ้มกันนี้จะคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่มีสถานภาพเป็นสมาชิกรัฐสภาเฉพาะกรณีของคดีอาญาเป็นเพียงการคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างสมัยประชุมเท่านั้นเมื่อพ้นสมัยประชุมการคุ้มกันนี้จะหมดไปด้วย