ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองปีใหม่ ทำให้การสัญจรในเส้นทางต่างๆ มีความหนาแน่นเป็นระยะและคาดว่าจะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ คสช.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการจราจรให้สะดวกและทันต่อสภาพการใช้ถนนทั้งในสายหลัก สายรอง และทางลัด เพื่อเร่งระบายการจราจรตามเส้นทางให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ”พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าดูแลตรวจสอบตามสถานีขนส่งซึ่งมีประชาชนมารอขึ้นรถเดินทางกลับ ให้มีความเรียบร้อยในทุกด้านอีกด้วย
สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 2 มกราคม 2560 มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 13,060 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 480 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 7,887 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 9,378 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 670 คน ยึดรถยนต์ 157 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 4,807 คน
โดยตลอด 5 วัน ที่ผ่านมา ( 29 ธ.ค.59 – 2 ม.ค.60 ) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้วจำนวน 3,618 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 2,507 คัน และรถยนต์ 1,111 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 30,798 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 16,965 คน
สำหรับจุดบริการประชาชนตามหน้าค่ายทหารและเส้นทางคมนาคมของกองทัพบก ยังมีประชาชนเข้าใช้บริการต่อเนื่อง 8,351 คน และมีผู้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง/แหล่งท่องเที่ยวและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของหน่วยทหารจำนวน 13,763 ราย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และทางรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน หวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ สำหรับรถที่ควบคุมไว้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาอย่างเหมาะสม โดยหากไม่มีเหตุด้านคดีความ ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ตามเวลาที่กำหนด

