รวบโจรแสบแฝงตัวตีสนิทช่วยดูแลแม่ สบโอกาสฉกทรัพย์ สูญนับ 10 ล้าน ประวัติโชกโชน

27.08.23 | 10:43 น.

ตร.สอบสวนกลาง (CIB) รวบโจรแสบแฝงตัวตีสนิทช่วยดูแลแม่ สบโอกาสฉกทรัพย์ สูญนับ 10 ล้าน พบประวัติลักทรัพย์เพียบ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ, พ.ต.ต.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.อนุวัฒน์ ณ ปัตตานี, ร.ต.อ.ฟ้าปรเมศวร์ ภูรินท์ชินธนโชติ, ร.ต.ท.พัทธ์ดนย์ พูลพิพัฒน์ รอง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายศุภนรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทลุง ที่ 70/2566 ลง 7 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

สถานที่จับกุม ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 66 ผู้เสียหายได้ร้องสื่อมวลชนขอความช่วยเหลือหลังเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายศุภนรินทร์ ผู้ต้องหาซึ่งขอมาอยู่อาศัยด้วยที่บ้าน พร้อมทำทีช่วยดูแลคุณแม่ของผู้เสียหาย ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง จนครอบครัวหลงเชื่อใจ ก่อนที่นายศุภนรินทร์ ผู้ต้องหารายนี้จะเชิดเงินทองพร้อมทรัพย์สินมีค่าเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชรหนีไป

Advertisement

นอกจากนี้ยังยกเค้าที่บ้านญาติของผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก โดยได้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุงไว้ ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ ผู้เสียหายจึงได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หลังจากได้รับเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. จึงได้ติดตามสืบสวนแกะรอยตัวผู้ต้องหาตลอดมา พบว่า ผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มักจะย้ายที่อยู่ไปในพื้นที่หลายจังหวัด โดยล่าสุดสามารถสืบสวนแกะรอยจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ที่ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้ร่วมกันวางแผนและเข้าทำการจับกุม

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบยังห้องพักดังกล่าว พบผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ภายในห้องพักดังกล่าวจริง จึงเข้าจับกุมตัว พร้อมตรวจสอบภายในห้องพัก พบทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นของที่ถูกขโมยมาจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหารวมทั้งของกลางนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยให้การรับว่าผู้ต้องหาได้ลักทรัพย์สินของผู้เสียหายมาจริง แต่ก่อเหตุในช่วงเวลากลางวัน โดยทรัพย์สินที่ได้นำไปขายในสื่อสังคมออนไลน์จนเกือบหมดแล้ว เหลือแค่บางชิ้นที่ตำรวจตรวจยึดได้ หลังจากก่อเหตุที่พัทลุงแล้ว ผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานที่กรุงเทพมหานคร, อุบลราชธานีและตรัง ก่อนจะหลบหนีมาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ และกำลังเตรียมที่จะหลบหนีไปอยู่ที่อื่น แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน

จากการตรวจสอบประวัติคดีของผู้ต้องหาพบเคยก่อเหตุคดีลักทรัพย์และฉ้อโกง ในหลายท้องที่ หลายจังหวัด รวมทั้งสิ้น 8 คดี ได้แก่
1) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สน.บางยี่ขัน ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเคหะสถานฯ
2) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สภ.เมืองสมุทรปรากร ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
3) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สน.ทองหล่อ ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
4) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
5) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สน.ดินแดง ความผิดฐาน ฉ้อโกง
6) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ความผิดฐาน ฉ้อโกง
7) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ ความผิดฐาน ฉ้อโกง
8) พ.ศ.2559 ในท้องที่ สภ.เมืองพัทลุง ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน (คดีนี้)

โดยผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมตามหมายจับของ สน.ทองหล่อ เมื่อ พ.ศ.2559 และถูกพิพากษาจำคุกในคดีอื่นๆ (คดีที่ 1-7) ทั้งหมดที่เคยก่อเหตุ ตั้งแต่ พ.ศ.2559 รวมทั้งสิ้น 7 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี พ.ศ.2565 ก่อนจะเข้ามาอยู่ในบ้านของผู้เสียหายและมาก่อเหตุซ้ำ นับว่ามีประวัติคดีเกี่ยวกับทรัพย์มาอย่างโชกโชน