หน้าแรก ในประเทศ มูลนิธิอาสาเพ...

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย

27.08.23 | 18:16 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ เพื่อทันตสุขภาพที่ดีแก่พระสงฆ์ ณ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อถวายเป็นพระกุศลในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี

สำหรับกิจกรรมประกอบด้วยการให้บริการทางทันตกรรมแก่พระภิกษุสงฆ์กว่า 200 รูป ทั้งการตรวจสุขภาพ ช่องปาก การอุดฟัน ถอนฟัน การขูดหินน้ำลาย การเคลือบหลุมร่องฟัน และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ณ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ หนึ่งในเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา มูลนิธิได้จัดพิธีเปิดสถานีบรรจุน้ำดื่มพัชรธรรม ซึ่งเป็นโครงการที่วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ ได้ดําเนินการต่อเนื่องจากโครงการน้ำดื่มพัชรธรรมที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เสด็จทรงเปิดสถานีน้ำดื่มพัชรธรรม แห่งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ณ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์แห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำดื่มสะอาด ถูกสุขอนามัยไว้บริโภค รวมทั้งช่วยลดรายจ่ายในการซื้อน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนที่ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง

Advertisement

สำหรับความร่วมมือระหว่างมูลนิธิและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อทันตสุขภาพที่ดีในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการทันตกรรมแก่พระสงฆ์ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประกอบกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักถึงความสำคัญในปัญหาเรื่องสุขภาพฟันและช่องปากของประชาชนซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในประชากรหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระภิกษุสงฆ์ได้รับความลำบากในการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม เนื่องจากต้องปฏิบัติตามหลักธรรมวินัย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการฯเพื่อให้การตรวจรักษาทางทันตกรรมสำหรับพระสงฆ์ได้อย่างมีคุณภาพ

เน้นส่งเสริมการทำงานในวิชาชีพที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และเป็นการกระจายการบริการทางทันตกรรมให้ทั่วถึงโดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณาจารย์ ทันตแพทย์ บุคลากร และเจ้าหน้าที่จากคณะทันตแพทยศาสตร์ โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนในด้านงบประมาณค่าใช้จ่าย บุคลากรและเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำให้การบริการด้านทันตกรรมเคลื่อนที่นับตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การรักษา และการให้ความรู้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยซึ่งมีผลงานวิจัยและงานบริการวิชาการที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมทั้งในระดับภาคเหนือและระดับประเทศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้ทรงรับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าเป็นเครือข่ายของมูลนิธิฯ เมื่อครั้งเสด็จไปทรงเปิดสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ณ ศูนย์สาธิตการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ด้านป่าไม้ที่ 1 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ได้เคยเสด็จไปยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อทอดพระเนตรผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่สามารถนำมาให้ความช่วยเหลือเพื่อการป้องกันบรรเทาภัยพิบัติ และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยรวมถึงการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนืออย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะเครือข่ายของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้สนองพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการสนับสนุนโครงการพัฒนาธุรกรรมสินค้าออนไลน์ชุมชนของมูลนิธิฯ โดยสามารถพัฒนาและสนับสนุนให้ผู้ผลิตสินค้าชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือขายสินค้าของตนผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้เป็นจำนวนมาก เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กและภาคเศรษฐกิจชุมชนในภาคเหนือได้เป็นอย่างมาก