กวางเนชั่น พร้อมผู้เสียหายเเจ้งความ โดนปลอมเฟซฯนำไปหลอกลงทุน เหยื่อสูญเฉียด 20 ล้านบาท

28.08.23 | 14:01 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ บก.สอท.1 ชั้น4 ศูนย์ราชการอาคาร บี นางสาวอรการ จิวะเกียรติ ผู้ประกาศข่าวเนชั่นทีวี พร้อมทนายความ และผู้เสียหาย เดินทางไปพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ปลอมเฟซบุ๊ก “กวาง อรกาน” หลอกลงทุนเหรียญคริปโท ความเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.13 น. น.ส.อรการ พร้อมทนายความ และนายธนศักดิ์ ผู้เสียหาย (สงวนนามสกุล) ได้เดินทางมาถึงที่ บก.สอท.1 ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารบี พร้อมกับเข้าพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เพื่อนำข้อมูลพยายานหลักฐานและเข้าเเจ้งความ ในกรณีที่ตนนั้นถูกมิจฉาชีพ ปลอมเฟซบุ๊ก “กวาง อรกาน” หลอกลงทุนเหรียญคริปโท ความเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานฑ์ กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจเเห่งชาติและกองบังคับการสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยีได้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์มาโดยตลอดเเต่ก็ยังมีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นเกิดขึ้นอยู่โดยนายธนศักดิ์ ผู้เสียหายที่สูญเงินไปเกือบ 20 ล้านบาท จากการถูกหลอกให้รักเเละลงทุนเรียกอีกอย่างคือไฮบริดสแกม โดยในวันนี้นั้นทางผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบตนเพื่อเเจ้งความในกรณีดังกล่าวพร้อมทั้ง น.ส.อรการ เพื่อมายืนยันตัวว่าเฟซบุ๊กและไลน์ที่ผู้เสียหายได้ทำการติดต่อและโอนเงินไปนั้นไม่ใช่ตัวเอง เเต่เป็นการเเอบอ้างโดยใช้รูปเเละของตน ผู้เสียหายนั้นได้โอนเงินไปถึง 33 ครั้ง รวบเป็นเงินเกือบ 20 ล้านบาท โดนทางมิจฉาชีพนั้นได้มีการปลอมเฟซบุ๊กใช้ชื่อเเอคเคาท์ “กวาง อรกาน” เพื่อเข้ามาผู้คุยกับผู้เสียหาย ก่อนที่จะเปลี่ยนมาคุยในเเอพพลิเคชั่นไลน์

ด้านนายธนศักดิ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า ได้ถูกมิจฉาชีพติดต่อมาทางเเอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กบอกว่าเป็น กวาง อรกาน ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี คุยทางทางเฟซบุ๊กกันได้หนึ่งวันทางมิจฉาชีพนั้นก็ได้ให้เปลี่ยนมาคุยกันไลน์เเทนและได้มีการเฟซไทม์คุยกันโดยใช้รูปของ น.ส.อรการ ในการโทรโทรเปิดกล้องด้วย ด้วยทั้งนี้ตนก็ได้สอบถามของมูลจากมิจฉาชีพที่ปลอมตัวมาปรากฏว่าข้อมูลเหล่านั้นได้ตรงกับในเว็บไซต์วิกิพีเดียตนจึงหลงเชื่อ เเละได้เริ่มเข้าสู่การหลอกลงทุน ต่อมาพอผู้เสียหายเริ่มกันถูกคอมากขึ้นมิจฉาชีพก็จะบอกว่าอาจได้กำไรส่วนหนึ่งจากการลุงทุนนี้จะนำเงินไปทำบุญ ตนเลยยิ่งคิดในเเง่บวกไม่ได้สงสัยอะไร จนได้เริ่มมาสงสัยในตอนที่ตนนั้นจะถอนเงินจากการลงทุนออกมาเเล้วถอนไม่ได้ ตนเลยติดต่อไปทางมิจฉาชีพ ทางนั้นได้อ้างว่าได้โอนเงินไปครบตามจำนวนของกำไรในส่วนนั้นเป็นเงินประมาณ 10,000 บาท แต่จริงๆ เเล้วนั้นต้องได้มากกว่านี้หลายเท่าเพราะเช็คได้จากแอพพลิเคชั่นในการเทรดหุ้นพบว่าจำนวนกำไรที่จะต้องได้ในเเต่ละตัวหุ้นนั้นมากกว่าที่ตนได้รับการโอนจากมิจฉาชีพจึงได้คุยกับมิจฉาชีพว่าตนนั้นรู้แล้วว่ามิจฉาชีพที่มาลอกลวงนั้นไม่ใช่ น.ส.อรการ ตัวจริง ตนจึงบอกว่าจะนำเรื่องนี้ไปเเจ้ง น.ส.อรการ ตัวจริงหลังจากนั้นเเอ๊กเคาต์ของมิจฉาชีพได้ทำการบล็อกตนไปในที่สุด ซึ่งจากพฤติการณ์ทั้งหมดนี้ที่ตนหลงเชื่อทำให้สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คนร้ายคุยในลักษณะชู้สาวนั้นคุยประมาณไหน ผู้สียหายเผยว่า คนร้ายพยามพูดจีบ และจะเรียกตนเองว่า “พี่” หรือบางครั้งก็พยายามจะเรียกตนว่า “ที่รัก”

Advertisement

ด้าน น.ส.อรการกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้เลย จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี ได้รับการประสานจากทางทีมงานว่า มีคนร้ายปลอมเฟซบุ๊กและไปหลอกผู้เสียหายสูญเงินหลาย 10 ล้านบาท ตอนนั้นตกใจมาก จึงได้ประสานทีมงาน และร่วมหารือกัน สุดท้ายก็ลงความเห็นว่าจะแจ้งความกับผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ ตนยืนยันตรงนี้เลยว่าไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กแล้ว หากมีเฟซบุ๊กที่แอบอ้างชื่อตนทักไปอย่าหลงเชื่อ และหากใครเสียหายให้ดำเนินการแจ้งความทันที ยอมรับว่าสงสารผู้เสียหายมาก เพราะเคยอ่านข่าวในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ไม่คิดว่าวันนี้จะมีผู้เสียหาย จากการที่เอาโปรไฟล์ของตนไปหลอก และนก็ตกเป็นผู้เสียหายเองเสียด้วย จึงอยากจะฝากไปถึงนักลงทุน ที่คิดจะลงทุนทางด้านนี้ ตามคำที่เราเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาก่อนการลงทุน” ซึ่งผู้ลงทุนต้องตรวจสอบก่อนไม่ว่าจะเป็นใบจดทะเบียนของบริษัท และความน่าเชื่อถือในแวดวงที่ตนเองจะลงทุนด้วย และหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงิน อยากให้ทุกคนเอ๊ะไว้มากๆ อย่าหลงไว้ใจ หรือเชื่อใจใครง่ายๆ

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานฑ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้เสียหายรายนี้ มีการโอนเงินออกไปกว่า 10 บัญชี จำนวน 33 ครั้ง เป็นเงินเกือบ 20 ล้านบาท นี้ได้ให้ตำรวจ สอท. 1 ประสานงานไปยังธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการอายัดปัญชีที่เกี่ยวข้อง  และตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความเชื่อมอย่างไร ร่วมไปถึงตรวจสอบยึดอายัดเงินที่มีการอ้างในบัญชีม้า ในสายบัญชีที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ ไม่ยืนยันว่าจะได้เงินคืนเท่าไหร่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด และอยากฝากเตือนไปยังนักลงทุน ให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนลงทุนไม่ว่าจะเป็นเอกสารกสนจดทะเบียนบริษัท เอกสารจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ทั้งนี้ ในปัจจุบันสถิติมีการหลอกผ่านทางเฟซบุ๊กเยอะที่สุด หากใครที่พูดคุยการลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ หรืออื่นๆ ก็ต้องดูเครื่องหมายติ๊กถูกด้านขวามือ จำนวนผู้ติดตาม และการคอมเมนต์ต้องมีหลายๆ คน จึงจะดูว่ามีการปฏิสัมพันธ์ซึ่งทาง ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ตามสโลแกนที่ว่า ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน  นอกจากนี้จะพบได้ว่าแก๊งเหล่านี้จะแฝงตัวอยู่ประเทศเพื่อนบ้านนอกจากการเตือนประชาชน ขอความร่วมมือจากธนาคาร ตอนนี้เสาสัญญาณที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนว่าสามารถจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง