ความคืบหน้าการติดตามหาตัวคนร้ายก่อเหตุงัดห้องศูนย์ประนอมข้อพิพาทชั้น 7 ศูนย์พักความเเละบริหารงานคดีชั้น 9 เเละห้องพักผู้พิพากษาชั้น 10 ในศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยลักทรัพย์สินไปเล็กน้อย เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่สน.หพลโยธิน พ.ต.อ.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รักษาราชการ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2(รรท.ผบก.น.2 )พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 และพ.ต.ท.คมสันต์ บดิกาญจน์ รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน ประชุมคลี่คลายคดี โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1ชั่วโมง
จากนั้น พ.ต.อ.ภาณุมาศ เปิดเผยว่า สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และ กก.สส.บก.น.2 เร่งหาภาพวงจรปิดทั้งในศาลอาญา และบริเวณรอบๆ เพื่อหาจุดเชื่อมโยงของการก่อเหตุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นคนในหรือไม่เพราะเหมือนจะรู้เส้นทางเข้า-ออก เป็นอย่างดี รรท.ผบก.น.2กล่าวว่า ต้องดูผู้ต้องสงสัยทุกกลุ่ม ทั้งคนใน คนที่เคยต้องโทษแล้วได้ออกมา รวมทั้งคนเคยมีประวัติถูกจับกุมที่อาศัยในซอยเสือใหญ่อุทิศ ต้องตรวจสอบประวัติทั้งหมด แล้วติดตามทรัพย์สิน ส่วนมากเป็นของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่อย่างสร้อยคอทองคำที่คนร้ายอาจไปขายหรือเข้าโรงรับจำนำก็เป็นได้
ด้าน พ.ต.อ.ณรัช กล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้บังคับบัญชาทั้งพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พ.ต.อ.ภาณุมาศ เร่งรัดคดีมา จึงรีบรวบรวมกล้องวงจรปิด สอบพยาน สอบเจ้าทุกข์เพื่อหารูปพรรณทรัพย์สิน และเร่งรัดตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือแฝง เพื่อตรวจเทียบเคียงกับประวัติอาชญากรรมบุคคลเคยต้องโทษ เราเร่งทำอยู่ในขณะนี้ อยากให้ได้ตัวคนร้ายโดยเร็ว
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าพอสมควร ในใจความรู้สึกไม่ยาก คาดว่า 1-2 วันจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนกล้องวงจรปิดที่ไม่มี ไม่ใช่สาระสำคัญ ทางตำรวจต้องแสวงหาข้อมูลและหาคนร้าย ส่วนจะเป็นบุคคลภายใน ภายนอก บุคคลใกล้ชิด ต้องให้ความสำคัญพร้อมตรวจสอบบุคคล เชื่อว่าไม่น่าจะยาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเข้มข้นขึ้น สันนิษฐานว่าคนร้ายที่มาก่อเหตุเพียงต้องการประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น โดยก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 1 คน ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับคดีความ เพราะคนร้ายเอาแต่ของเล็กๆ โน้ตบุ๊ค มีราคายังไม่เอา ตอนนี้มีคนอยู่ในใจแล้ว” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

