‘วัชรินทร์’ รองอธ.อัยการสอบสวน เรียกสำนวนผู้การเมืองชลกับพวกเรียกรับ 140 ล้าน มาตรวจก่อนกำหนดเเนวทางสอบสวนคดี นัดถก บิ๊กโจ๊ก 1 ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนเรียกประชุมคดีร่วมกับพนักงานสอบสวนชุดของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ โดยมีนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนในฐานะที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุม ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.บรมราชชนนี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา
ในคดีที่ นายธนินวัฒน์ หรือเป้ อุดมเชาวเศรษฐ์ กับพวกรวม 6 คน กล่าวหา พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประกากรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กับพวกรวม 10 คน ผู้ต้องหาผู้ต้องหาในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้หรือยอมจะให้ตน หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือ โดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
โดยในพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ ไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากติดภารกิจ ซึ่งมีทีมพนักงานสอบสวนร่วมกว่า20 นายเข้าร่วมประชุม

ในที่ประชุมทางคณะพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนได้อธิบายอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มาตรา31 ของพนักงานอัยการ ที่อัยการสูงสุดตั้งเข้ามา รวมถึงระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดในการดำเนินการ เรื่องนี้ ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่พนักงานอัยการจะต้องรู้สำนวนการสอบสวนทั้งหมด โดยขอให้ทางพนักงานสอบสวนชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสำนวนการสอบสวนมาให้คณะพนักงานอัยการดู ให้ทำการตรวจสำนวน เพื่อกำกับดูเเลการสอบสวนได้ พร้อมตั้งทีมงานคณะพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้สำนวนที่พนักงานสอบสวนชุด พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ได้ดำเนินการสอบสวนได้ดำเนินการมาเเล้ว 2 ส่วนคือ คดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ เเละการเรียกรับเงิน ตามมาตรา157เเละ149 ที่พนักงานสอบสวนได้นำส่ง ป.ป.ช.เเละ ป.ป.ช.ส่งกลับมาให้ดำเนินการต่อ
ส่วนที่2 คือตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ใครจะต้องถูกเเจ้งข้อหาในความผิดนี้บ้าง ซึ่งทางพนักงานอัยการจะต้องพิจารณาภายหลังจากได้รับสำนวนการสอบสวนทั้งหมดของตำรวจมาก่อน ซึ่งทราบว่าทางตำรวจมีบัญชีพยานจำนวน 99 ปาก โดยคณะพนักงานอัยการจะต้องใช้ระยะเวลาอ่านสำนวนให้ละเอียดรอบคอบก่อน คาดว่าภายในสัปดาห์ต่อไปภายหลังรับสำนวนทางพนักงานอัยการจะวางเเนวทางในการสอบสวนเพิ่มเติมได้ ซึ่งหลังจากนี้การสอบสวนเพิมเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องรายงานมายังพนักงานอัยการที่ อสส.ตั้งขึ้นทั้งหมด ซึ่งทางวันที่ 1 ก.ย.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร.จะเดินทางมาประชุมร่วมกันกับคณะพนักงานอัยการชุดนายวัชรินทร์ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนด้วยตนเอง


