สั่งประหารแม่-พ่อเลี้ยง ทำร้ายร่างกายลูก-เสียชีวิต-บาดเจ็บสาหัส แต่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

30.08.23 | 14:50 น.

สั่งประหารแม่-พ่อเลี้ยง ทำร้ายร่างกายลูก-เสียชีวิต-บาดเจ็บสาหัส แต่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นัดฟังคำพิพากษาคดี อ.1253-1254/65 ที่น้องพีพี อายุ 2 ขวบ และน้องเจ้าขา อายุ 3 ขวบ ถูก น.ส.ณัธรวิชณ์ ณ ปัตตานี แม่ของเด็กทั้งสองคน และนายทินกร กมลศิลป์ พ่อเลี้ยง ทำร้ายจนเสียชีวิตและอีกคนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งทั้ง 2 คนถูกเจ้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จับกุมเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 65 โดยอัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย ตาม ป.อาญา ม.289 (5) พยายามฆ่า ม.80 และนายทินกร ยังถูกฟ้องข้อหากระทำชำเราเด็ก ม.277 วรรค 2 อีกหนึ่งข้อหา โดยในชั้นพิจารณาจำเลยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ

อัยการโจทก์สืบประกอบคำรับสารภาพ มีพยานเป็นหมอเบิกความยืนยัน ว่าน้องเจ้าขาถูกทำร้ายจริง พบบาดแผลทางเพศ มีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ไม่สามารถกลับมาได้เป็นปกติ ส่วนน้องพีพีที่เสียชีวิต พบขั้วยึดลำไส้ฉีกขาด เสียชีวิตจากเลือดออกในช่องท้อง ไม่ได้เสียชีวิตทันที แต่เลือดค่อยๆ ซึมทำให้เสียชีวิตประมาณ 1 วัน ก่อนเสียชีวิตได้รับความทรมานอย่างรุนแรง

ศาลพิเคราะห์ตามพยานหลักฐาน มีน้ำหนักรับฟังได้มั่นคงว่า จำเลยทั้งสองเจตนาเล็งเห็นผลฆ่าโดยทรมานทารุณโหดร้าย และพยายามฆ่าโดยทารุณโหดร้าย

ส่วนจำเลยที่สองมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็ก ลงโทษบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (5) พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

โดยมีนายปิยณัฐ สุกยัง ทนายความ พร้อมด้วยนายณัฐพล ทองดวง พ่อของน้องพีพีและน้องเจ้าขา ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ด้วย

Advertisement

นายปิยณัฐ สุกยัง ทนายความ กล่าวว่า มาฟังคำพิพากษาคดีของน้องพีพีและน้องเจ้าขา อัยการฟ้องมาทั้งหมด 2 คดี เป็นคดีของน้องเจ้าขา 1 คดีและคดีของน้องพีพี 1 คดี ศาลสั่งรวมกันพิจารณา ข้อหาที่ฟ้องมาคือ พยายามฆ่าผู้อื่นและเจตนาฆ่าโดยทรมานทารุณโหดร้าย ตาม ป.อาญามาตรา 289 อนุ 5

ส่วนจำเลยที่ 2 ที่เป็นแฟนใหม่ของแม่เด็ก ฟ้องเพิ่มในคดีข่มขืนกระทำชำเราด้วย ศาลตัดสินลงบทหนักเลยตามมาตรา 289 อนุ 5 คือโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคน แต่ศาลมองว่าการที่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จากโทษประหารชีวิตก็ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ทางโจทก์หรือโจทก์ร่วม มีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ต่อ แต่ตนคิดว่าในการอุทธรณ์ไม่ใช่จะเปลี่ยนแปลง ดุลยพินิจของการกำหนดโทษ

นายณัฐพล ทองดวง กล่าวว่า ยอมรับคำตัดสินของศาล โดยเขาให้เหตุผลมาว่า ถ้าประหารชีวิตแล้วใครจะมาชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำของเขาทั้งสองคน ศาลเขาก็มองหลายด้าน ถ้าประหารแล้วเราจะได้อะไร มีประโยชน์ต่ออะไร ให้โอกาสเขาอีกรอบนึง แต่ว่าโทษตลอดชีวิตผมไม่ทราบว่าจะกี่ปีกันแน่

นายณัฐพลกล่าวอีกว่า ส่วนอาการของน้องเจ้าขาในตอนนี้ สามารถตอบสนองเรียกป๊ะป๋ากับย่าได้แล้ว ทางบ้านได้พยายามช่วยเหลือทำกายภาพบำบัดดูแลให้แขนขาขยับ ซึ่งยังจำเป็นที่จะต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา ส่วนทางย่าที่ไม่ได้เดินทางมาฟังคำตัดสินของศาลในวันนี้เนื่องจากต้องอยู่บ้านคอยดูแลน้องเจ้าขาอยู่ สิ่งที่ตนกังวลใจในตอนนี้คือสภาพอากาศ แค่อากาศเปลี่ยนน้องเจ้าขาก็จะป่วยเป็นไข้แล้วเสลดจะลงคอ ทุกวันนี้ต้องเดินทางไปหาหมอตาและหมอที่ดูแล เพื่อรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง