สมาคมดาราศาสตร์ไทย เผย ซูเปอร์บลูมูน คืนนี้ ดวงจันทร์เป็นสีน้ำเงินจริงหรือไม่
นายวิมุติ วสะหลาย ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ถึงเรื่องความคาดหวังกับการดูดวงจันทร์ ในคืนวันที่ 30-31 สิงหาคม ที่คนไทยจะมองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติ เพื่อให้ช่วยไขข้อข้องใจว่าซูเปอร์บลูมูนเป็นอย่างไร
เคยได้ยินแต่คำว่าซูเปอร์มูน อยากทราบว่าซูเปอร์บลูมูนเป็นอย่างไร
ซูเปอร์บลูมูนเป็นการเล่นคำ โดยเอาคำว่า ซูเปอร์มูน (super Moon) มาผสมกับคำว่า บลูมูน (blue Moon) ทั้งสองชื่อเป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับดวงจันทร์ทั้งคู่ พอเกิดขึ้นพร้อมกัน เขาเลยเรียกรวมกันเป็นซูเปอร์บลูมูนเลย
ซูเปอร์มูน คือจันทร์เพ็ญที่มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติ เกิดขึ้นเนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี ดังนั้น ในช่วงเดือนหนึ่งดวงจันทร์จึงอยู่ห่างจากโลกไม่เท่ากัน จันทร์เพ็ญที่เกิดขึ้นในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลก ก็จะเรียกว่า ซูเปอร์มูน
ส่วนบลูมูน ไม่เกี่ยวอะไรกับสีดวงจันทร์ ดวงจันทร์ไม่ได้กลายเป็นสีน้ำเงิน แต่หมายถึงจันทร์เพ็ญที่เกิดขึ้นในครั้งที่สองของเดือน เกิดขึ้นได้เพราะเดือนในปฏิทินมีความยาว 28-31 วัน ส่วนเดือนจันทรคติยาว 29.5 วัน เดือนใดที่วันเพ็ญอยู่หัวเดือน จันทร์เพ็ญครั้งถัดมาก็จะไปตกเอาปลายเดือนของเดือนเดียวกัน ทำให้เดือนนั้นมีจันทร์เพ็ญสองครั้ง จันทร์เพ็ญครั้งที่สองของเดือนปฏิทินนี้เองที่เรียกว่า บลูมูน
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากใช่หรือไม่?
ซูเปอร์มูนเกิดขึ้นได้ปีละสามสี่ครั้งเป็นอย่างน้อย ส่วนบลูมูนก็เกิดขึ้นประมาณปีเว้นสองปี โอกาสที่ปรากฏการณ์ทั้งสองจะเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นซูเปอร์บลูมูนก็เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ประมาณทศวรรษละหนึ่งครั้งเท่านั้น
ปรากฏการณ์ซูเปอร์บลูมูนจะมองเห็นเป็นอย่างไร น่าดูเพียงใด?
คำตอบอาจทำให้หลายคนผิดหวัง ซูเปอร์มูนก็จันทร์เพ็ญปกติ บลูมูนก็จันทร์เพ็ญปกติ ซูเปอร์บลูมูนก็ไม่มีอะไรไม่ต่างไปจากจันทร์เพ็ญปกติ
ความเป็นซูเปอร์มูนไม่ได้ทำให้ดวงจันทร์ใหญ่กว่าปกติหรือ
ใหญ่กว่าปกติจริง แต่ขนาดของซูเปอร์มูนใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยเดิมเพียง 5-6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ความแตกต่างน้อยเกินกว่าจะสังเกตได้ คนที่ดูดวงจันทร์บ่อยๆ หรือสายตาดีจริงๆ ก็อาจสังเกตได้ว่าใหญ่กว่าปกติจริง แต่เชื่อว่าคงมีไม่มากนักที่สังเกตได้
เคยได้ยินคนที่ดูซูเปอร์มูนเขาก็ว่าใหญ่จริงๆ นะ ภาพถ่ายก็ออกมาใหญ่มาก
คนที่เห็นมาแล้วบอกว่าใหญ่จริง เชื่อได้ว่าเขาเริ่มดูตั้งแต่หัวค่ำ ซึ่งดวงจันทร์เพิ่งขึ้นจากขอบฟ้า ดวงจันทร์ใกล้ขอบฟ้าย่อมดูใหญ่โตกว่าปกติอยู่แล้ว แต่ความใหญ่ที่เห็นนั่นเป็นผลจากภาพลวงตา เป็นความใหญ่ในความรู้สึกของเราเอง เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันทั้งกับดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ไม่เกี่ยวกับความเป็นซูเปอร์มูน แล้วที่เห็นดวงจันทร์ในภาพถ่ายใหญ่ ก็เพราะคนที่ถ่ายภาพดวงจันทร์ซูเปอร์มูนหรือไม่ซูเปอร์มูนก็แล้วแต่ มักจะครอปภาพจนดวงจันทร์ใหญ่โตคับเฟรม จะไม่ให้ภาพดูใหญ่ได้อย่างไร
หมายความว่าซูเปอร์บลูมูนไม่น่าดูอย่างนั้นหรือ?
จะออกไปดูก็ได้ แต่อย่าคาดหวังสูงว่าจะเห็นอะไรเป็นพิเศษ หากจะใส่ใจกับเรื่องราวและที่มาของคำว่าบลูมูนและซูเปอร์มูนก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย สิ่งนี้น่าสนใจมากกว่าภาพที่ปรากฏ

