ชาวบ้านอยู่กับป่าโวย รัฐฉวยโอกาสอ้างเหตุตัดไม้ ตั้งอช.ถ้ำผาไท อุทยานฯแจงไร้อคติกลุ่มใด กันพื้นที่เดิมแล้ว

31.08.23 | 12:37 น.

ชาวบ้านอยู่กับป่าโวย รัฐฉวยโอกาสอ้างเหตุตัดไม้ ตั้ง อช.ถ้ำผาไท เผยชุมชนอยู่มานานนับ 100 ปีแต่รัฐสำรวจไม่ครบ มพน.จับตา 5 ประเด็น ด้านอุทยานฯแจง ไม่มีอคติกลุ่มใด กันพื้นที่ดั้งเดิมหมดแล้ว

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมว่า จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) จังหวัดลำปาง เพื่อเตรียมการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 448,933.43 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5 อำเภอ 13 ตำบล ของจังหวัดลำปาง โดยระบุว่า ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ได้ประสบปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและการบุกรุกพื้นที่ป่า และมีการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์

นายสมชาติ รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกลาง หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า การที่หน่วยงานราชการอ้างจะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทเพราะป้องกันไม่ให้มีการตัดไม้ เป็นการโยนความผิดให้กับคนที่อยู่ในป่าว่าเป็นพวกลักลอบตัดไม้ไปขายให้นายทุน ทั้งๆ ที่ชุมชนอยู่ในป่ามานานกว่าร้อยๆ ปีและคอยดูแลผืนป่ามาตลอด

“เจ้าหน้าที่มีความคิดเห็นที่มีอคติกับชาวบ้าน มันไม่ชอบธรรม อ้างว่าจะประกาศเป็นอุทยานเพราะกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในป่าค้าไม้เถื่อน ทำให้สังคมคิดว่าเราค้าไม้ ผลกระทบจากมติต่างๆอาจทำให้ชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ในป่าตกหล่น การแจ้งว่าจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์ป้องกันจากการบุกรุกทำลายป่า แสดงว่าที่ผ่านมาอุทยานไม่มีน้ำยาดูแลป่าไม้ได้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติบางแห่งก็ยังมีคนเข้าไปลักลอบตัดไม้” นายสมชาติกล่าว

Advertisement

ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกลางหมู่ 5 อ.แม่เมาะ กล่าวอีกว่า มีความกังวลเกี่ยวกับแผนที่ซึ่งจะนำมากำหนดพื้นที่ผืนป่าให้อยู่ในอุทยานแห่งชาติกรณีครอบคลุมพื้นที่ชุมชนซึ่งอยู่มานานกว่า 100 ปีแล้วหรือไม่ และเวทีรับฟังความคิดเห็นจะชอบธรรมหรือไม่

“ที่บอกว่าสามารถลงชื่อแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ได้ ชาวบ้านบางคนไม่มีโทรศัพท์ เข้าไม่ถึงว่าต้องลงชื่ออย่างไร แสดงว่าถ้าให้ลงชื่อแบบนี้ก็เกณฑ์คนมาลงชื่อในเว็บไซต์ได้ ตอนนี้พวกเราคุยกันอยู่อาจจะต้องนัดชาวบ้านมาประชุมกันว่าสถานการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร ต้องคุยกับเครือข่ายชาติพันธ์ลำปางก่อนว่าจะเอาอย่างไร แล้วจึงจะบอกได้ว่าจะเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นนี้หรือไม่” นายสมชาติกล่าว

ขณะที่เฟสบุคของมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ได้เผยแพร่ข้อมูลโดยระบุว่า ให้จับตาเวทีรับฟังความเห็นประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท เดิมพันวิถีชาติพันธุ์ใต้กฎหมายป่าไม้ ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2534 หลังรัฐบาลมีนโยบายปิดป่า การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นั้นมาควบคู่กับการดำเนินโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรมหรือที่รู้จักกันในนามโครงการอพยพคนออกจากป่า ทำให้มีการเร่งรัดประกาศเขตป่าอนุรักษ์อนุรักษ์ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคืออุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จ.ลำปาง

เฟซบุ๊ก มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) ระบุว่าเชิญชวนติดตาม จับตา เวทีรับฟังความเห็นประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย. 2566 นี้ อันจะเป็นเดิมพันสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตป่าทั่วประเทศที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจรัฐ รวมถึงเดิมพันอนาคตลูกหลานใต้เงื้อมมือกฎหมายป่าไม้ฉบับต่างๆ และอาจจบลงที่การถูกประกาศพื้นที่อุทยานหลังจากนี้

ทั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปางได้มีประกาศ เรื่อง การประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) จ.ลำปาง เป็นไปตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 25 พ.ย. 2564 โดยจะเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงความเห็นใน 5 เวที ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ได้แก่ อ.งาว วันที่ 4 ก.ย. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว อ.งาว จ.ลำปาง, อ.เมืองลำปาง วันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแลง อ.เมืองลำปาง ,อ.แจ้ห่ม วันที่ 6 ก.ย.ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแจ้ห่ม อ.แจ้ห่ม, อ.วังเหนือ วันที่ 7 ก.ย. 2566 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง อ.วังเหนือ, อ.แม่เมาะ วันที่ 8 ก.ย. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

เฟซบุ๊ก มพน.ระบุว่า สิ่งที่ต้องจับตา คือ 1.ความกังวลใจของประชาชนในพื้นที่ที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงจากการประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท 2.แนวอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ที่ยังทับซ้อนกับพื้นที่การใช้ประโยชน์ของชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ทำกินและพื้นที่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในป่า การเก็บหาของป่า และพื้นที่ในรูปแบบจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งหากถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติฯได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ล้นมือ มีบทลงโทษหนัก และจะถูกจำกัดวิถีการทำกิน 3.ความเคลื่อนไหวของประชาชนในระดับพื้นที่ ได้แก่ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่ได้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง

4.ความเคลื่อนไหวของกรมอุทยานฯที่ยังอ้างเหตุผลว่าประสบปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้หวงห้ามและการบุกรุกพื้นที่ป่า และมีการดำเนินคดีจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะกล่าวโทษประชาชนในเขตป่า ขัดต่อบรรยากาศการแก้ไขปัญหาร่วมกันตามที่ขบวนการภาคประชาชนได้เรียกร้องต่อรัฐบาล 5.ความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความเห็น

ด้านนายธนากร สิงห์เชื้อ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ให้สัมภาษณ์ว่า อุทยานเตรียมการถ้ำผาไทย เตรียมการเพื่อประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี 2532 พื้นที่เดิมที่จะดำเนินการนั้น มี 7.5 แสนไร่ แต่เมื่อลงพื้นที่ เดินสำรวจร่วมกับชาวบ้าน และผู้นำชุมชนต่างๆ เพื่อจะกันพื้นที่ ทั้งเป็นป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน เพื่อเป็นไปตามมาตรา 8 ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุทยานแห่งชาติแล้ว เหลือพื้นที่ที่จะต้องประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเพียง 4.4 แสนไร่

“สำหรับพื้นที่ทั้งหมด ก็ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านทั้งหมดแล้ว ส่วนพื้นที่ ที่ได้กันออก มี 7 ชุมชน 2 อำเภอ คือ อ.แม่เมาะ กับ อ.งาว ซึ่งเป็นที่อยู่เดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ หลายหมื่นไร่ ขอเรียนว่า ทางอุทยานไม่ได้มีอคติ กับชาวบ้านกลุ่มพื้นที่ใด และพยายามทำความเข้าใจกับทุกกลุ่ม เพื่อให้การประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติครั้งนี้ไม่มีปัญหา และเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย” นายธนากรกล่าว