นางลำมวล เจริญวัฒนธาดา อายุ 50 ปี ชนเผ่าลาวโซ่ง (ไททรงดำ) อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ สวมชุดประเพณีไททรงดำ เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พร้อมลูกพี่ลูกน้อง นางยุพา เม่นห้อย อายุ 52 ปี เปิดเผยว่า เดินทางมาโดยรถไฟเพียง 2 คน เพราะอยากมากราบสักการะในหลวง ร.9 มาก ในฐานะของชนเผ่าลาวโซ่ง พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพยิ่ง ทรงเป็นที่ชื่นชมของชนเผ่า ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย โดยที่ไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา หรือชนเผ่า ทรงช่วยเหลือให้ทุกคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทยไม่ว่าจะพื้นที่ที่ลำบากขนาดไหนน้ำพระราชหฤทัยก็ไปถึงเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีมีสุข
“ปลื้มใจจริงๆ ได้มากราบพระบรมศพในวันนี้ เมื่อเข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้เงยหน้ามองไปที่พระบรมโกศและอธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ขอน้อมนำการดำเนินชีวิตแบบง่ายๆ ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงปลา หากมีเหลือก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับญาติ และเพื่อนบ้าน แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตเป็นสุข โดยข้าวเปลือกพระราชทานที่ได้รับ จะนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป” นางลำมวล กล่าว

ขณะที่สองเยาวชนคนรุ่นใหม่ นายปิยะชนก์ เถาสุวรรณ อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา และ น.ส.ณิชา มณีดุล อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเผยว่า เดินทางจากหอพักมาถึงสนามหลวงตั้งแต่ 06.00 น. กระทั่ง 09.30 น. จึงได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพเนื่องจากวันนี้คนไม่เยอะมากนัก รู้สึกประทับใจที่แม้ว่าพระองค์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ แต่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานและปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนเสมอตั้งแต่พระชนมพรรษา 18 – 80 กว่า ส่วนตัวแม้เป็นคนรุ่นใหม่แต่ยังทันเห็นพระองค์ทรงงานบ้างตามข่าวในพระราชสำนักทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยังถูกส่งต่อมาตามสายเลือดจากรุ่นสู่รุ่น ชอบที่พระองค์ทรงมีพระปณิธานมุ่งมั่นในการช่วยเหลือชาวเขาจากปลูกฝิ่นซึ่งผิดกฎหมาย ให้ปลูกพืชผลทางการเกษตรอย่างอื่นแทน หลังจากเรียนจบตั้งใจเข้ารับข้าราชการรับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงน้อมนำพระราชจริยวัตรในเรื่องของการไม่แบ่งเชื้อชาติศาสนา ปฏิบัติกับประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่ถือยศถืออย่างมาใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ด้าน นางอุไร ทรัพย์อรัญ อายุ 73 ปี ชาวกาญจนบุรี และลูกสาว นางอรุณี แตงเงิน อายุ 51 ปี ซึ่งเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาสักการะพระบรมศพวันนี้โดยเฉพาะ เพราะคิดว่าเปิดทำงานแล้วคนน่าจะไม่เยอะมากนัก โดยเดินทางจากนนทบุรีมาถึงสนามหลวงตั้งแต่ 09.00 น. ก็ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพแล้ว รู้สึกปลื้มใจมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมากราบสักการะพระองค์ เนื่องจากในชีวิตได้แต่เพียงเฝ้าฯรับเสด็จไกลๆ และติดตามข่าวพระราชกรณียกิจทางโทรทัศน์เท่านั้น ส่วนตัวชอบโครงการของในหลวง ร.9 หลายอย่าง ทั้งเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการชั่งหัวมัน เนื่องจากชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้ว และอยากเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชด้วย โดยตอนนี้เริ่มปลูกกล้วย เลี้ยงไก่ รวมถึงเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดง ที่ในหลวงร.9 พระราชทานให้ประชาชนไว้สร้างอาชีพ หากมีผลผลิตมากก็นำไปขายหากน้อยก็เก็บไว้กินเอง




