เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 เวลา 09.00 น.รถตู้จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมญาติและอาสากู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้นำร่างของนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ หรือกัน นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ ปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถตู้โดยสารชนกับรถยนต์กระบะมาบำเพ็ญกุศลศพยังวัดป่าคลองกุ้ง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีแล้ว หลังจากที่เมื่อวานนี้ญาติได้เดินทางขึ้นไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา และทางเพื่อนได้นำศพไปรดน้ำศพที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ก่อน ก่อนให้รถจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เดินทางนำศพลงมาส่งด้วยตนเอง โดยมีรถตู้ของสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรีนำทางมา
โดยบรรยากาศที่ศาลาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดป่าคลองกุ้งค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงญาติเดินทางมารอรับศพ โดยเพราะยายของนายพรหมพต หรือ น้องกัน ผู้เสียชีวิตเมื่อเดินทางเข้าไปดูร่างของหลานชายที่อยู่ภายในโลก พร้อมกับเสื้อผ้า และชุดกีฬาตัวเก่ง ถึงกับเข่าทรุด มานั่งร้องไห้แทบขาดใจ โดยมีบรรดาหลานๆ คอยปลอดใจอยู่ไม่ห่าง โดยนายวิสุทธิ์ ประกอบความดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมรับศพ และพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตในโอกาสนี้ด้วย
นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ได้เปิดเผยว่า ได้มีการประสานติดต่อเรื่องการจ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวผู้ประสบเหตุแล้ว แต่ยังไม่ทราบยอดเงินที่แน่ชัด ส่วนทางจังหวัดจันทบุรี ได้ประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจันทบุรีในการมอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติรายละ 10,000 บาท ซึ่งเป็นการร้องขอพิเศษ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องทางคดีความ หากญาติต้องการดำเนินเรื่องทาง ปภ.จันทบุรี ก็ยินดีที่จะประสานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพราะเป็นหน่วยงานราชการ แต่เพราะเป็นชาวจันทบุรีเหมือนกัน
ส่วนนางสาวปาเจรา กอศิริวลานนท์ อายุ 23 ปี พี่สาวนายพรหมพต หรือ น้องกัน ได้เปิดเผยพร้อมน้ำตาว่า ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องสูญเสียผู้เป็นความหวังของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะน้องชายควรจะมีอนาคตที่ไกลกว่านี้ ไม่ควรจบชีวิตลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะเขาคือคนหนึ่งที่เป็นที่รักของครอบครัวและของเพื่อนๆทุกคน
“เราอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเข้มงวดอย่างจริงจัง ไม่ใช่เมื่อถึงเหตุการณ์ความสูญเสียแต่ละครั้งแล้วกระตือรือร้น จะนำกฎหมายออกมาใช้ แต่เวลาผ่านไปกลับไม่เหมือนมีอะไรเกิดขึ้น และทางครอบครัวอยากให้จริงจังกับปัญหานี้ เพราะเหตุการณ์ นลักษณะนี้ก็ไม่ใช่เกิดเป็นครั้งแรก หากต่อไปมีอุบัติเหตุหรือความสูญเสียแบบนี้เกิดขึ้นอีก ความสูญเสียก็อาจจะเกิดขึ้นกับครอบครัวคนอื่นอีกเช่นกัน ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ในทำนองนี้เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนที่ซ้ำๆซากๆเรื่อยไป”




