‘ก้าวไกล’ แนะ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมแท้จริงก่อนประกาศ อช.ถ้ำผาไท เตรียมค้านแผนที่ท้ายกฤษฎีกา

1.09.23 | 11:33 น.

แนะ อุทยานฯเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมแท้จริง ส.ส.ก้าวไกลยันกะเหรี่ยงป่าถ้ำผาไทอยู่ก่อนหน่วยงานป่าไม้-อุทยานฯ ผู้ใหญ่บ้านจวกทางการให้ร้ายชุมชนหวังประกาศเขต-10 หมู่บ้านอยู่กับป่าเตรียมระดมพลคัดค้านแผนที่แนบท้ายกฤษฎีกาเหตุไม่ทำตามข้อตกลง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(กก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช(อส.) เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) จังหวัดลำปาง เพื่อเตรียมการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 448,933.43 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5 อำเภอ 13 ตำบล ของจังหวัดลำปาง ว่า กลไกการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ รวมทั้งกลไกขององค์กรส่วนท้องถิ่นทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ต้องมีการจัดรับฟังความคิดเห็นให้ชุมชนมีส่วนร่วม

มานพ คีรีภูวดล

“ผมคิดว่าเมื่อประชาชนเองก็ไม่ได้คัดค้านการประกาศเขตอุทยานพื้นที่อนุรักษ์ ส่วนสำคัญคือว่าเมื่อมีการประกาศกระบวนการทำแผนที่แนวเขตที่จะต้องกันพื้นที่ชุมชนออกมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน หรือที่ประชาขนใช้ร่วมกัน เช่น ป่าชุมชนอนุรักษ์ ป่าชุมชนใช้สอย พื้นที่ต้องถูกกันออก ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ หน่วยงานจะประกาศเขตอนุรักษ์เพิ่มเติม ทุกคนก็อยากอนุรักษ์อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ทับซ้อนกับพื้นที่บริหารจัดการของชุมชน นั่นคือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก” นายมานพ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นชาวกะเหรี่ยงอยู่ในพื้นที่ประกาศของอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) และการใช้แผนที่อาจไม่เป็นธรรม ส.ส.แบบบัญชีพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่บอกพี่น้องชาวกะเหรี่ยงอยู่ในพื้นที่ถ้ำผาไท ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ เนื่องจากอุทยานกำลังจะมาทับพื้นที่ของพี่น้องชาวกะเหรี่ยง

“ชาวกะเหรี่ยงอยู่มาก่อน อุทยานฯกำลังจะมาทับที่ของพี่น้อง กรณีกะเหรี่ยงบ้านกลาง อ.แม่เมาะ อยู่มาร้อยกว่าปีก่อนกฎหมายใดๆ ก่อนป่าไม้จะประกาศด้วยซ้ำไป สิ่งสำคัญก็ต้องกลับมาหลักการเดิมคือการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ ชุมชนเห็นร่วมอยู่แล้วที่จะมีการอนุรักษ์ แต่จะทำอย่างไรให้พื้นที่ที่เขาดูแลมาร้อยๆปีและมันดีอยู่แล้ว ประชาชนก็อยากจะออกความคิดเห็นของตัวเอง กันพื้นที่ทำกินที่อยู่อาศัยออก ทำให้ชัดเจนว่าพื้นที่อุทยานอยู่ตรงไหน พื้นที่ประชาชนอยู่ตรงไหน แต่ถ้าประกาศทับพื้นที่ประชาชน ผมคิดว่าประชาชนมีเหตุผลที่ออกมาคัดค้านยืนหยัดในหลักสิทธิของชุมชน” นายมานพ กล่าว

นายสมชาติ รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานฯในครั้งนี้ กล่าวว่าในวันที่ 2 กันยายน ชาวบ้านกว่า 10 หมู่บ้านจะร่วมหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรกับกรณีที่อุทยานฯเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น เพราะการที่กรมอุทยานฯระบุเหตุผลว่าต้องรีบประกาศอุทยานฯเนื่องจากมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่านั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและโยนควาผิดให้ชาวบ้านเพื่อทำให้สังคมเข้าใจว่าชาวบ้านดูแดลเป่ากันเองไม่ได้

“เราดูแลป่าไม้กันมานับร้อยๆปี จนเหลือป่าผืนใหญ่ก่อนที่อุทยานฯจะเข้ามาเสียอีก ผมถามว่าการที่อุทยานฯไปประกาศว่ามีการลักลอบตัดไม้ แล้วทำไมท่านถึงไม่จัดการ ผมเห็นในพื้นที่อุทยานฯอื่นๆที่ประกาศเป็นอุทยานฯไปแล้วก็มีการลักลอบตัดไม้และการลักลอบค้าสัตว์ป่า เพราะฉะนั้นอย่ามาบ่ายเบียงเพื่อให้สังคมเข้าใจผิด เพราะแท้ที่จริงแล้วมันก็แค่ข้ออ้างที่พวกคุณอยากเข้ามาควบคุมและจัดตั้งอุทยานฯ การใช้ข้ออ้างแบบนี้ผมว่ายิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก เพราะให้ร้ายกัน”พ่อหลวงบ้านกลาง กล่าว

นายสมชาติ กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวบ้านติดใจมากก็คือในแผนที่ที่จะใช้แนบท้ายประกาศกฤษฏีกา เพราะแผนที่ฉบับที่อุทยานฯเตรียมประกาศนั้นเป็นคนละฉบับที่เคยตกลงไว้กับชุมชน โดยชุมชนพยายามยืนยันแผนที่ฉบับเมื่อปี 2563 ที่ชาวบ้านหมู่บ้านต่างๆได้ร่วมสำรวจกับอำเภอและอบต.รวมถึงอุทยานฯ แต่ปรากฏว่าอุทยานฯกลับไปใช้แผนที่เก่าเมื่อปี 2542 ซึ่งอุทยานฯทำขึ้นมาเองโดยไม่รับฟังเสียงชาวบ้าน และแผนที่ดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน รวมทั้งไม่ยอมกันพื้นที่ป่าจิตวิญญาณของชุมชนออก