จับ “แอร์ ราเชน” นักตบมือถือทั่วกรุงเหยื่อนับร้อยเสียหายนับล้าน สืบนครบาล กับนักเรียนสืบรุ่น 112 เซียนนักตบมือถือ ตระเวนก่อเหตุ “หลอกซื้อโทรศัพท์มือถือ” ทั่วเมืองกรุง ก่อเหตุเพราะติดพนันและเปย์ไซด์ไลน์
เมื่อวันที่ 1 กันยายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น ร.ต.อ.กฤษณะ ชนิดไทย นำกำลังและนักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 112 จับกุมนายวิมลสรากร เกตุวันธรรม หรือแอร์ นามแฝงราเชน อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้กลอุบาย
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้ายที่หลอกใช้กลอุบายหลอกลวงประชาชน รวมทั้งลักทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อความสงบสุขของประชาชน ต่อมาสืบสวนทราบว่านายวิมลสรากร หรือแอร์ มีพฤติการณ์ตระเวนหลอกซื้อโทรศัพท์มือถือ มีผู้เสียหายในเขต กทม.ตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 100 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่าล้านบาท โดยผู้ก่อเหตุมีแผนประทุษกรรมแฝงตัวอยู่ในเฟซบุ๊กกลุ่มซื้อขายโทรศัพท์ จากนั้นหาเหยื่อที่โพสต์ขายโทรศัพท์ จากนั้นจะเข้าไปสนทนาติดต่อขอซื้อโดยนัดพบเพื่อซื้อขาย โดยผู้ก่อเหตุจะเลือกเหยื่อที่อยู่ในพื้นที่ กทม.ที่ไม่ไกลจากที่พัก จากนั้นนัดหมายเจอกับเหยื่อเมื่อถึงขั้นตอนการจ่ายเงินซื้อโทรศัพท์
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า จากนั้นคนร้ายจะทำทีกดโทรศัพท์โอนเงินรูปแบบ “โอนล่วงหน้า” กรรมวิธีแนบเนียนเพราะหน้าที่ทำรายการมีลักษณะคล้ายคลึงกับการโอนเงินจริงๆ แม้จะไม่มีเงินในบัญชีก็กดโอนล่วงหน้าเช่นนี้ได้โดยเมื่อคนร้ายกดโอนเงินล่วงหน้าสำเร็จแล้ว แอพพลิเคชั่นธนาคารจะขึ้นว่าการโอนเงินล่วงหน้าสำเร็จ คนร้ายจะนำภาพสลิปโอนเงินซึ่งเป็น “สลิปปลอม” โชว์ให้เหยื่อดู เสมือนโอนเงินให้แล้วจริงๆ เมื่อเหยื่อเห็นว่าคนร้ายโอนเงินให้แล้วก็ส่งมอบโทรศัพท์เหมือนปิดการขายแล้วแยกย้ายกันไป เหยื่อจะรู้ต่อเมื่อตรวจสอบเงินในบัญชีตัวเองแล้วไม่มีทำรายการ ปัจจุบันมีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ราย
ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า จึงส่งชุดสืบนครบาล และสืบ 112 ติดตามคนร้ายแต่ความฉลาดล้ำลึกของผู้ต้องหาไม่เหมือนอาชญากรทั่วไปเพราะเคยถูกกลุ่มผู้เสียหายไล่ล่าและถูกจับกุมมาแล้ว 1 ครั้ง ทำให้มีทักษะการหลบหนีจึงต้องงัดแผน “ล่อเข้” สั่งการชุดสืบสวนกว่า 10 ราย แฝงตัวเป็นพ่อค้าขายโทรศัพท์ในเฟซบุ๊ก จน “ปลากินเบ็ด” คนร้ายติดต่อมาซื้อโทรศัพท์จากทีมสืบสวน กระทั่งนัดหมายและจับกุมได้ที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าสถานีขนส่งสายใต้เก่า เขตบางกอกน้อย กทม.เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบประวัติพบ 4 หมายจับติดตัวข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ และ ลักทรัพย์” ในพื้นที่ สน.พญาไท สภ.คลองหลวง สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สภ.สำโรงเหนือ พบประวัติต้องโทษคดีในลักษณะลักทรัพย์ ฉ้อโกง ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบันอีกกว่า 11 คดี ในชั้นจับกุมผู้ต้องหารับสารภาพเริ่มเดินสายโจรตั้งแต่ที่พ่อเสียชีวิตและถูกญาติพี่น้องเอาเงินประกันไปหมด โดยเริ่มไอเดียจากลองโอนเงินแบบโอนล่วงหน้า จึงเกิดไอเดียหลอกลวงคนอื่น โดยเงินที่นำไปเล่นการพนันและเปย์สาวไซด์ไลน์ ยอมรับก่อเหตุลักษณะนี้มาหลายปีแล้ว ในครั้งแรกๆไม่เนียนถูกจับเพราะถูกไล่ทำร้าย บางครั้งถึงกับต้องกราบเจ้าของโทรศัพท์เพื่อให้รอดจากสถานการณ์ ซึ่งสั่งสมมาเป็นประสบการณ์จนปัจจุบันมั่นใจว่าทำได้อย่างแนบเนียน พยายามใช้ชีวิตอย่างแนบเนียนมาตลอดไม่คิดว่าจะมาถูกตำรวจจับได้จากการล่อซื้อแบบนี้ จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ดำเนินคดี
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อหรือที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งมาได้ที่ บก.สส.บช.น. ทางโทรศัพท์หรือช่องทางเฟซบุ๊กเพจ สืบสวนนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่ประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ และ พล.ต.ท.ธิติ

