คณะทำงานอัยการเรียก ‘บิ๊กโจ๊ก’ ประชุมคดี ผบก.ชลบุรีรีดเงิน ‘เป้’ 140 ล้าน จ่อแจ้ง พ.ร.บ.อุ้มหายเพิ่ม

1.09.23 | 13:37 น.

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน เรียกประชุมคดีร่วมกับพนักงานสอบสวนชุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมชุดพนักงานสอบสวน และคณะทำงานร่วมประชุม โดยมีนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ในฐานะที่ปรึกษา เข้าร่วมประชุม ในคดีที่นายธนินวัฒน์ หรือเป้ อุดมเชาวเศรษฐ์ กับพวกรวม 6 คน กล่าวหา พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) กับพวกรวม 10 คน ผู้ต้องหาความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ หรือยอมจะให้ตน หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.ศฝร.บช.น.)ฐานะหัวหน้าชุดทำคดี ระบุว่าเป็นการประชุมภาพรวมทั้งหมดจะเป็นการหารือข้อเท็จจริง พยาน หลักฐานในสำนวน ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่พนักงานอัยการจะต้องรู้สำนวนการสอบสวนทั้งหมด โดยขอให้พนักงานสอบสวนส่งให้คณะพนักงานอัยการตรวจสำนวนเพื่อกำกับดูแลการสอบสวน พร้อมตั้งทีมงานคณะพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนจากตำรวจ ขณะนี้สำนวนจากคณะทำงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดำเนินการสอบสวนมาแล้ว 2 ส่วน คือคดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการเรียกรับเงิน ตามมาตรา 157 และ 149 ที่พนักงานสอบสวนนำส่งคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เเละ ป.ป.ช.ส่งกลับมาให้ดำเนินการต่อ ส่วนที่ 2 คือคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ใครจะต้องถูกแจ้งข้อหาในความผิดบ้าง ซึ่งพนักงานอัยการจะต้องพิจารณาภายหลังจากได้รับสำนวนการสอบสวนทั้งหมดของตำรวจมาก่อน

ทั้งนี้ คดีที่ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมพวกถูกแจ้งความกล่าวโทษ ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ หรือยอมจะให้ตน หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน ทางอัยการสูงสุดแต่งตั้งให้อัยการสำนักงานสอบสวนเข้ามาควบคุมกำกับคดีร่วมกับตำรวจ เบื้องต้นจากการหารือร่วมกับนายวัชรินทร์ คดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน อย่างแน่นอน แต่ยังจะต้องหารือกับอัยการเกี่ยวกับรายละเอียดในการสอบสวน รวมทั้งเรื่องสำนวนสอบสวน โดยในสัปดาห์หน้าจะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่มีความผิดเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน ซึ่งมีอัตราโทษที่สูงขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ยังมีข้อบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการสมคบ ซึ่งจะทำให้สามารถขยายผลไปถึงบุคคลอื่นได้อีก ดังนั้นคดีนี้จึงต้องใช้เวลามาก เพราะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และพบบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกและยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะดำเนินคดีได้ครบทุกคน

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้วกว่า 700 ปาก ยอมรับว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อน แต่ไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่แน่นอน โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการร่วมกับอัยการในการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเรียกบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำอีกจำนวนมาก ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีวันหยุด