พ่อแม่ร่ำไห้รับศพลูกสาวเหยื่อรถตู้มรณะ ลั่น’ไม่ควรเอาชีวิตใครมาเสี่ยง’เล็งฟ้องบริษัทรถตู้

4.01.17 | 14:06 น.

ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถตู้โดยสารโตโยต้า คอมมิวเตอร์ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร สายกรุงเทพฯ-จันทบุรี ชนประสานงากับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิต 25 ราย แยกเป็นรถตู้ 14 ราย และรถกระบะ 11 ราย โดยมีผู้รอดชีวิต 2 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา

รับศพ1

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มกราคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับศพผู้เสียชีวิตเป็นวันที่ 2 ว่า มีญาติทยอยมารับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังคงมีการทยอยนำศพส่งให้ญาติอย่างต่อเนื่อง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

โดยนายสุรศักดิ์ เจือจาน อายุ 26 ปี ญาติผู้ขับขี่รถกระบะ กล่าวว่า นำเอกสารมารับศพ 3 ราย มีนางพันธ์ เจือจาน มารดา น.ส.สุถาพร เจือจาน น้องสาว และ ด.ช.สุภกฤษ เจือจาน ลูกชาย ทั้งหมดอยู่ในรถกระบะ หลังจากเมื่อวันที่ 3 มกราคม มาทำเรื่องเอกสาร ตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวบุคคลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามหลังรับศพทั้ง 3 รายแล้วจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดช่องนนทรี ถนนพระราม 3 เขตยานนาวา ต่อไป

รับศพเพิ่ม

Advertisement

ด้าน น.ส.พรทิพย์ ฤกษ์เมือง อายุ 28 ปี พนักงานบริษัท พุทธมนต์ สาย 4 ฮอนด้าออโตโมบิล จำกัด เพื่อนที่ทำงานของ น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย อายุ 26 ปี ที่ปรึกษาฝ่ายขายของบริษัทดังกล่าว เปิดเผยว่า น.ส.หทัยทิพย์เป็นคนน่ารัก คุยเก่ง เฮฮา ช่วงเทศกาลปีใหม่ น.ส.หทัยทิพย์เดินทางกลับบ้านที่ จ.จันทบุรี และบอกเพื่อนๆ ว่าจะเดินทางกลับมา กทม.เย็นวันที่ 2 มกราคม ก่อนวันเกิดเหตุเห็นข่าวการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว จึงพยายามติดต่อไปหา น.ส.หทัยทิพย์ แต่ติดต่อไม่ได้ กระทั่งช่วงค่ำมีเพื่อนพนักงานโทรศัพท์มาบอกว่าทางครอบครัวยืนยันว่า น.ส.หทัยทิพย์เสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้หลังรับศพวันนี้จะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยจะสวดพระอภิธรรม 3 คืน และฌาปนกิจวันที่ 7 มกราคม ต่อไป

ขณะที่ น.ส.วิภาวดี แสนทวีสุข อายุ 38 ปี มารดาของ น.ส.หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้มารับศพของลูกสาว ตนมีลูก 3 คน คนที่เสียชีวิตเป็นคนโต ตอนนี้ลูกสาวกำลังอยู่ในช่วงระหว่างรอหาที่ศึกษาต่อ ปกติจะพักที่กรุงเทพฯ และจะเดินทางมาที่ จ.จันทบุรี ช่วยตนขายของช่วงวันสุดสัปดาห์เป็นประจำ วันเกิดเหตุเป็นวันเกิดของลูกสาวพอดี ตนและลูกสาวไปทำบุญตอนเช้าตามปกติ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไร จนลูกสาวขึ้นรถตู้เดินทางไป และทราบจากญาติโทรศัพท์มาคุยเรื่องข่าวอุบัติเหตุรถตู้ จึงเดินทางไปสอบถามที่คิวรถ ว่าเป็นรถรอบไหน อย่างไร และเป็นรถคันเดียวกับลูกสาวของตน

น.ส.วิภาวดีกล่าวต่อว่า ปกติหากต้องมากรุงเทพฯจะใช้บริการรถทัวร์ ส่วนลูกสาวจะเดินทางไปกรุงเทพฯด้วยวินรถตู้นี้เป็นประจำ เนื่องจากสะดวก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลอย่างจริงจัง เนื่องจากเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง เท่าที่ทราบคันที่เกิดเหตุคนขับวิ่งรถหลายรอบ อาจเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่ควรเอาชีวิตใครมาเสี่ยงในแบบนี้ ส่วนการฟ้องร้องบริษัทรถตู้นั้นมีหลายคนพูดถึง อยากให้ดำเนินการ แต่ขอศึกษาดูอีกที ทั้งนี้หลังจากรับศพลูกสาวแล้วจะนำไปทำพิธีทางศาสนาที่ จ.จันทบุรีต่อไป