สายชล เผยวิชาแรก อ.นิธิ ‘ความสุข 101’ ซูมบทเรียนปลุกวิญญาณขบถ นิยมใช้ความรู้สึกขุดคำตอบ
สายชลเผย ‘ความสุข 101’ วิชาแรกของ อ.นิธิ ชี้บทเรียนสอนให้ ‘กบฏ’ ชอบใช้ความรู้สึกหาคำตอบ ไตร่ตรอง ‘ชีวิตที่ประเสริฐ’?
เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่มติชน อคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) จัดงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” ครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายนนี้ โดยภายในงานคับคั่งไปด้วยกองทัพหนังสือการเมืองเล่มสำคัญที่หายาก พร้อมด้วยผลงานของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ รวมถึงกิจกรรมเสวนา อาทิ ‘นิธิแห่งทัศนะและปัญญา’ นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ และของพรีเมียมอีกมากมาย
บรรยากาศเวลา 14.40 น. มีการเสวนา “Book Talk: The Last Lecture: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน” บรรยายพิเศษวิเคราะห์ เจาะลึก ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมดของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ผ่านมุมมองของนักประวัติศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ และ ศ.สายชล สัตยานุรักษ์ ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมพูดคุย ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร ท่ามกลางนักวิชาการ นักเขียน คนดัง ประชาชน ร่วมด้วยคับคั่ง
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนคือเวทีสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนทุกชนชั้นร่วมพูดคุยแง่มุมต่างๆ ก่อนพัฒนาเป็นเว็บไซต์ รวบรวมข้อมูลบทความวิชาการ
ศ.สายชลกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ ม.เที่ยงคืน
ส่วนตัวไม่ได้มีประสบการณ์ในช่วงเริ่มต้นของ ม.เที่ยงคืน แต่มีส่วนร่วมในตอนท้ายๆ เมื่อมีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ช่วงแรกๆ อ่านจากที่ อ.นิธิ และ อ.สมเกียรติ ตั้งนโมลงบทความ
โดย ม.เที่ยงคืนเกิดขึ้นเพราะ อ.นิธิ ในฐานะผู้นำ มองเห็นว่ามหาวิทยาลัยทั่วๆ ไป รับใช้ทุน อุตสาหกรรม ผลิตคนไปเป็นลูกจ้าง รับใช้รัฐ ทำลายศักยภาพความเป็นมนุษย์ จึงอยากให้มีการศึกษาทางเลือก และ ม.เที่ยงคืนคืออีกหนึ่งทางเลือก
“ทำไมต้องเที่ยงคืน เมื่อเร็วๆ นี้ ครั้งไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล อ.นิธิ ได้ทราบว่า ‘เที่ยงคืน’ อาจจะถือว่าเป็นเวลาที่มืดที่สุดที่เรามองเห็น หรือจินตนาการถึงสิ่งที่เราไม่เห็นมาก่อน เราตั้งคำถามในสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้ถามเลยในตอนกลางวัน อ.นิธิ บอกว่า แสงกลางวันทำให้เรามองว่าสิ่งที่เห็นเป็นจริง แต่แสงกลางคืนทำให้เราอยากมีคำตอบใหม่ ให้กับสิ่งที่เราคิดว่าเป็นจริง”
“การสอนไม่ควรใช้คำว่าสอน เพราะแนวคิดของ อ.นิธิ คือทุกคนมีความรู้ที่มีคุณค่า เช่น ชาวนา ไม่เพียงรู้เทคนิคการทำนา แต่ยังต้องรู้เรื่องพิธีกรรม การจัดลำดับทางสังคม สิ่งที่จะใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมและความรู้ ทุกคนจึงมีความรู้ที่มีคุณค่า เมื่อมาอยู่ใน ม.เที่ยงคืน เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ต้องจบ ม.6 หรือ ม.อะไร มาแลกเปลี่ยนความรู้ที่หลากหลาย เพื่อมีคำถามใหม่และหาคำตอบของตัวเองอย่างเสมอภาค” ศ.สายชลชี้
ศ.สายชลกล่าวว่า อ.นิธิ เป็นคนที่ไวมากในการใช้สื่อเพื่อสื่อสารความคิด การทำเว็บไซต์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน อ.นิธิ ตระหนักมากว่าสำคัญในยุคอิเล็กทรอนิกส์
จากนั้น ศ.สายชลฉายภาพสิ่งที่ตกสะท้อนจาก ม.เที่ยงคืนมาจนถึงปัจจุบันนี้
ศ.สายชลกล่าวว่า ตนคิดว่า อ.นิธิ เห็นความสำคัญของการสื่อสาร เพื่อถกเถียง แลกเปลี่ยน เพื่อเปลี่ยนความรู้ ความคิด ที่สำคัญคือเปลี่ยนความหมายทุกอย่างที่แวดล้อมคนไทยในปัจจุบัน
“ดิฉันลองมานั่งนึกดูว่ามีอะไรที่ยังไม่เขียนถึง เพราะหาไม่ได้ ท่านพูดทุกอย่าง รัฐชาติ รัฐธรรมนูญ ลงมาถึงเบียร์ ทุกอย่างที่แวดล้อมเรา เพื่อให้เกิดความหมายใหม่ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการปรับตัวและจัดความสัมพันธ์กับคนโดยรอบ ทุกชนชั้น ชาติพันธุ์ ท้องถิ่น ทุกหนแห่งได้อย่างที่บรรลุเป้าหมายสำคัญของอาจารย์ในการทำ ม.เที่ยงคืน คือ ‘ความสุข’
“วิชาแรกที่สอน คือความสุข 101 อะไรที่จะทำให้มีความสุขบ้าง อาจารย์ให้มองไปที่เงื่อนไข เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา หลายอย่างที่เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนว่าอะไรคือคำตอบของความสุข แต่ละคนแลกเปลี่ยนไม่ใช่เพื่อให้เชื่อคนอื่น แต่เพื่อมีคำตอบของเราเอง”
“และคนอย่าง อ.นิธิ ท่านศึกษาเรื่องศิลปวัฒนธรรม รวมถึงสื่อทุกชนิดอย่างเข้าใจถ่องแท้ ว่ามีพลัง มีจุดอ่อนตรงไหน แล้วเลือกใช้สื่อที่จะสื่อสารได้มีประสิทธิภาพและต่อคนวงกว้างที่สุด” ศ.สายชลกล่าว
เมื่อถามว่า แล้วความสุขของ อ.นิธิ คืออะไร?
ศ.สายชลเผยว่า คำถามหนึ่งที่ อ.นิธิ ถามตัวเองแล้วไตร่ตรองจริงจัง คือชีวิตที่ประเสริฐคืออะไร อ.นิธิ พูดถึง อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และคิดว่าความสุขของ อ.นิธิ คือสิ่งที่พูดถึง อ.ป๋วย
“ท่ามกลางอำนาจเถื่อนที่ไร้ความชอบธรรมต่างๆ นานา อ.ป๋วย พูดและทำในสิ่งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ถูกต้องและกล้าหาญเสมอ อีกคนที่ศรัทธาในส่วนลึกของจิตใจ คือพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นมนุษย์อันยิ่งใหญ่ รู้จังหวะที่จะก้าวขึ้นสู่เวที และก้าวลงจากเวทีอย่างสง่างาม
ท่านเรียก อ.ป๋วย ว่าวีรบุรุษของท่าน แน่นอน อ.นิธิ พูดถึงความสุขอื่นๆ ด้วย อาจารย์ฟังเพลงคลาสสิก ท่องเที่ยว ชอบทะเล ชอบเบียร์ ชอบสนทนาแลกเปลี่ยน ชอบสูบบุหรี่ สูบไปป์ อาจารย์อยากเป็นนักเขียน เรื่องแรกที่เขียนคือ ‘แด่มนุษยชาติ'” ศ.สายชลชี้
ศ.สายชลกล่าวถึงวิชาสังคมและวัฒนธรรมไทย ว่าเกิดก่อน ม.เที่ยงคืนประมาณ 10 ปี แบ่งเป็น 3 ภาค คือ 1.ให้พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับสังคม 2.ภาควิเคราะห์ 3.ทางเลือกของความเปลี่ยนแปลง
“มีนักศึกษามาถามว่าวิชานี้มีจุดมุ่งหมายอะไร ดิฉันตอบทันที ‘เพื่อให้คุณขบถ’ วิชาสังคมและวัฒนธรรมไทยของ อ.นิธิ ประกอบด้วยประชาชน ชาวบ้าน ที่มีอัตลักษณ์ใหม่ มีภูมิปัญญา สามารถพึ่งตนเอง มีวัฒนธรรมที่รับใช้ชีวิตและสังคมของเขา และในภาคที่ 3 ทางเลือกของความเปลี่ยนแปลง คือในเมืองไทยมีการเคยเสนอทางเลือกอะไรบ้าง ที่เปลี่ยนแปลงสังคมไทย พ้นไปจากพัฒนาการมนุษย์แนวเดียว
“สังคมไทยไม่จำเป็นต้องมีทางเลือกเดียว และงานของ อ.นิธิ คือการมอบทางเลือกให้พิจารณา เพื่อต่อคุณเองและสังคม
อีกอย่างคือวิธีวิทยา ในการถามและตอบ ไม่ได้ใช้แค่ส่วนเหตุผล แต่จะจินตนาการสัมพันธ์ เชื่อมโยงซับซ้อนเพื่อเข้าใจมนุษย์ และลักษณะเฉพาะของคนในสังคมไทย อาจารย์บอกว่าต้องใช้ความรู้สึกด้วย จะทำให้เราตั้งคำถามที่ดีและเข้าใจอดีต เข้าใจคน งาน อ.นิธิ ไม่ได้ดูแค่บริบท เพราะการจะเห็นภาพซับซ้อนเราจะต้องเห็นบุคคลซึ่งเป็นมนุษย์ด้วย ดังนั้น พระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นมนุษย์ เป็นหลายสิ่งหลายอย่าง เป็นผู้นำ พ่อค้า หลายบทบาท คือสิ่งที่ อ.นิธิ ทิ้งไว้เพื่อชีวิต ต้องไม่ลืมส่วนอารมณ์ความรู้สึก” ศ.สายชลกล่าว
เมื่อถามว่า เคยอยู่ในวงสนทนามหาวิทยาลัยเที่ยงคืนด้วยหรือไม่?
ศ.สายชลกล่าวว่า ปี 2540 ลูกตนยังเล็ก แต่จะมีการมาประชุมที่บ้านอยู่บ่อยๆ เตรียมอาหาร เหล้าเบียร์มา สิ่งสำคัญคิดว่าคือแถลงการณ์เพื่อที่จะวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ถูกต้องในการเมืองและนโยบายต่างๆ พยายามเสนอทางเลือก ทางออก การประชุมในวงเหล้าก็จะได้แนวคิดว่าจะเขียนแถลงการณ์อย่างไร แรกๆ อ.นิธิ เขียน ต่อมาเป็น อ.สมชาย ส่วน อ.สมเกียรติ ตั้งนโม ทำงานหนักมาก ที่จะมีบทความวิชาหลากหลายประมาณ 1,500 บทความ บางปีมีคนเข้าไปอ่านถึง 2 ล้านคน
“ดิฉันคิดว่าสื่อใหม่ทำให้คนมีทางเลือกในการแสวงหาความรู้มากมาย เข้าถึงได้ทั่วโลก ทำให้ ม.เที่ยงคืนเป็นเหมือนจุดเริ่มต้น เมื่อถึงปัจจุบันเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ม.เที่ยงคืนอาจจะมีบทบาทเด่นในช่วงหลัง ผ่านแถลงการณ์ที่ยังมีผลสะเทือนในสังคมอยู่ แต่การแลกเปลี่ยนถกเถียงเกิดขึ้นบนพื้นที่สื่อมากมาย จึงถึงเวลาที่คนทำ ม.เที่ยงคืนจะเลือกทำอย่างอื่น” ศ.สายชลชี้
ศ.สายชลกล่าวอีกว่า ส่วนตัวคิดว่าการศึกษานอกระบบ หรือการศึกษาทางเลือก อ.นิธิ ให้ความสำคัญมาก ว่าการศึกษาควรจะมีหลากหลายมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะใช้สื่อใหม่เป็นเครื่องมือก็ได้ และทำให้คนหลากหลายกลุ่มสามารถนำเสนอความจำของตัวเอง ความเข้าใจ วิธีคิด วัฒนธรรมของตัวเอง
“หลายสิ่งในสังคมไทยมาจากอำนาจของผู้ชาย นอกจากผู้หญิงและเพศหลากหลาย ในการขึ้นมานำเสนอความรู้ ควรจะให้คนอื่นๆ หลากหลายเพศ สถานภาพ ชนชั้น เพื่อทบทวนตัวเอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเห็นซึ่งกันอย่างเป็นมนุษย์ ที่มีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนแอ มีความโง่ ฉลาด เพื่อที่จะมีความสุขร่วมกัน” ศ.สายชลกล่าว
ศ.สายชลกล่าวถึงความทรงจำที่มีถึง อ.นิธิ ว่าประทับใจหลายเรื่อง ทำให้ตัวเองพยายามที่จะเป็นคนที่ดีขึ้น คือการมีชีวิตอยู่โดยไม่ลืม ‘บรมธรรม’ ซึ่งอาจารย์บอกว่าไม่ได้จำเป็นต้องหาจากศาสนา
“ถ้าเรามุ่งไปสู่ความจริง แม้จะไปไม่ถึงความจริง แต่มันจะนำเราไปสู่การเข้าใกล้สัจธรรม ในที่สุดแล้วสัจธรรม หรือ ‘บรมธรรม’ ที่เป็นอุดมคติที่อาจจะไปไม่มีถึง จะทำให้ชีวิตเราสงบขึ้น
เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของสังคมก็สำคัญ ทำให้เราปรับตัวได้ แต่บรมธรรมทำให้เรามีชีวิตอย่างเข้าใจในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้” ศ.สายชลกล่าวทิ้งท้าย

