หน้าแรก ในประเทศ บก.ศิลปวัฒนธร...

บก.ศิลปวัฒนธรรม เปรียบ อ.นิธิ เหมือน ‘เชอร์ล็อกโฮมส์’ มองฉีก มุมไกล สายตากว้าง

2.09.23 | 19:12 น.

บก.ศิลปวัฒนธรรม เปรียบ อ.นิธิ เหมือน ‘เชอร์ล็อกโฮมส์’ มองฉีก มุมไกล สายตากว้าง

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่มติชน อคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) จัดงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” ครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายนนี้ โดยภายในงานคับคั่งไปด้วยกองทัพหนังสือการเมืองเล่มสำคัญที่หายาก พร้อมด้วยผลงานของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ รวมถึงกิจกรรมเสวนา อาทิ ‘นิธิแห่งทัศนะและปัญญา’ นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ และของพรีเมียมอีกมากมาย

บรรยากาศเวลา 16.20 น. มีการเสวนา Editor’s Talk: นิธิก่อนขึ้นแท่น(พิมพ์): เรื่องของบรรณาธิการกับงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์” โดย นายสุพจน์ แจ้งเร็ว บรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม และนายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นหนังสือและข้อเขียนของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ดำเนินรายการโดย พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

ในตอนหนึ่ง นายสุพจน์ บก.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม กล่าวถึงผลงานของ ศ.ดร.นิธิ ว่า เมื่อมานั่งนึกดูว่างานมีความแปลกแตกต่างอย่างไร อะไรคือจุดเด่นของอาจารย์นิธิ ในแง่ความจริงหรือ ก็ไม่น่าจะใช่ ข้อมูลความจริงหาได้ แต่สิ่งที่ได้เห็นคือวิธีการมองของ อ.นิธิ ในรายละเอียด สังเกตได้อย่างหนึ่ง จากที่ยกหนังสือประวัติศาสตร์มา แล้วถามว่าใครทำอะไร ทำไปทำไม เช่น หนังสือนางนพมาศเป็นต้น ว่าใครเขียน เขียนไปทำไม แต่อาจารย์นิธิ ฉีกออกไปเลย

“ทำไมถึงเขียนแบบนั้น กลับไปดูบริบททางสังคม ประเด็นหลักคือทำไมจึงเขียนแบบนั้น เช่นเดียวกับสุนทรภู่ มหากวีกระฎุมพี ในขณะที่บางคนอ่านแล้วบอกว่าสุนทรภู่เป็นกวีศักดินา อาจารย์นิธิไม่ได้มองตัวสุนทรภู่ในฐานะสุนทรภู่ แต่มองสุนทรภู่ในฐานะที่เป็น object หนึ่ง อยู่ในความซับซ้อนของสังคมตอนนั้น ตัวสุนทรภู่เอง อาจจะไม่ได้รู้ว่าได้รับเชื้อกระฎุมพีเข้าไปในตัวเรียบร้อยแล้ว อาจจะคิดว่าเป็นกวีศักดินา มาตลอด อ.นิธิมองจากข้างบนลงมา ‘มองจากที่ไกลๆ แล้วคุณจะเห็น’ นี่คือสิ่งที่อาจารย์นิธิใช้เสมอกับงาน ว่าทำไมต้องอย่างนั้นเพราะอะไร” นายสุพจน์ชี้

Advertisement

นายสุพจน์กล่าวต่อว่า อย่างนางนพมาศ มองว่า ทำไมคนเขียนถึงเขียนออกมาแบบนั้น ในเวลานั้นมีปัจจัยทางสังคมอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ถึงแม้ว่าอาจารย์นิธิ จะไม่เคยปวารณาตัวเลยหรือยอมรับลัทธิมากซ์ แต่คือวิธีการที่คล้ายคลึง ซึ่งในระยะหลังงานของอาจารย์นิธิ ที่เกิดมากขึ้นๆ เรียกว่า ‘ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญา’ จากที่เราเน้น ประวัติศาสตร์เหตุการณ์ อาจารย์ฉีกออกมาในเวลานั้น

“นี่คือมุมมองของอาจารย์นิธิ ซึ่งไม่เหมือนคนอื่น ไม่เหมือนจิตร ภูมิศักดิ์ ที่จะดูว่าเขียนอะไร หลอกลวง เพื่ออะไร ผมพูดถึงวิธีมอง ที่มองจากข้างบนลงมา ว่าในสถานการณ์เช่นนั้นมันเกิดอะไร สังคมเป็นอย่างไร คนเขียนหนังสือคนนั้นถึงเขียนออกมาแบบนั้น เพราะมนุษย์เป็น ผลิตภัณฑ์ของสังคม ประวัติศาสตร์สร้างคน คนสร้างงานวรรณกรรม” นายสุพจน์กล่าว

นายสุพจน์กล่าวถึงอิทธิพลของ อ.นิธิด้วยว่า การจะรับอิทธิพล คุณต้องเข้าใจ ถ้าถามว่าเล่มไหนมีอิทธิพลต่อผู้อ่าน มันไม่ใช่ชิ้น หรือเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่มันคือวิธีคิด

“ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง sherlock holmes ที่ด่า จอห์น เอช วอตสัน เสมอ ‘คุณมอง แต่คุณไม่เห็น’ แต่สายตาของอาจารย์นิธิ เห็นอะไรต่อมิอะไรเยอะไปหมดเลย เหมือนกับ sherlock holmes” นายสุพจน์กล่าว