เปิดกฏเหล็ก พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 เป็นกฎหมายใหม่ ก.ตร.ใช้แต่งตั้ง ผบ.ตร.ครั้งแรก

3.09.23 | 12:20 น.

เปิดกฏเหล็ก พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 เป็นกฎหมายใหม่ ก.ตร.ใช้แต่งตั้ง ผบ.ตร.ครั้งแรก

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะนำพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 77 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ (1) ตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศ “พลตำรวจเอก” ซึ่งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

มาตรา 78 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77(1)(2)(3)(4)(5)(6) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (1) ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อพนักงานตำรวจผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 77(1) โดยคำนึงถึงอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกันโดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปราม เสนอ ก.ตร.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตามเจตนารมย์ของกฎหมายต้องการให้แต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยให้คำนึงถึงความอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกันหมายความว่า ให้น้ำหนัก อาวุโสต้อง 50 % และความรู้ความสามารถอีก 50% อย่างละเท่าๆ กัน

Advertisement

ดังนั้นคณะกรรมการที่พิจารณาต้องเอาอาวุโสขึ้นพิจารณาก่อน โดยแบ่งเป็นคะแนนอาวุโสกับความรู้ความสามารถอย่างละ 50%เท่าๆ กัน เมื่อเรียงอาวุโสแล้วใครอาวุโสสูงสุดในระดับ “พลตำรวจเอก” ด้วยกัน ตั้งแต่จเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจ เมื่อเรียงอาวุโสแล้วใครอาวุโสสูงสุดคนที่อาวุโสสูงสุดก็จะได้คะแนนเต็ม 50% ส่วนคนที่รองลงมาก็เฉลี่ยลงมาว่าจะได้กี่ % โดยเอาคนอาวุโสสูงเป็น 100% โดยนับจากคนที่อาวุโสสูงสุดกับอายุราชการด้วยก็จะได้คะแนนเต็ม 50% ส่วนคนที่รองลงมาก็เฉลี่ยลงมาว่าจะได้กี่ % โดยเอาคนที่ได้ 50% เต็มคิดเป็น 100%

โดยนับอาวุโสกับระยะเวลาอายุราชการ และคำนวณสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ออกมา ส่วน 50% หลังให้พิจารณาแบ่งเป็น 5 สายงาน ตามที่สำนักงาน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้พิจารณาแต่ให้คะแนนประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนและงานปราบปราม เป็นหลักมากกว่าคะแนนด้านอื่น เพราะมาตรา เพราะมาตรา 78 (1)เน้นคำว่าโดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวน หรืองานป้องกันปราบปราม แต่ในสายงานอื่นก็ต้องมีคะแนนด้วยการกำหนดคะแนนต้องกำหนดให้เกิดความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวยังได้รายงานอีกว่า โดยกำหนดเกณฑ์มาตรฐานไว้เช่น งานสืบสวน 12 คะแนนงานสอบสวน 12 คะแนนงานป้องกันปราบปราม 12 คะแนน งานที่เหลืออีกสองด้านด้านละ 7 คะแนน เป็น 14 คะแนน รวมเป็น 50 คะแนน ให้มีการกำหนดช่วงห่างการให้คะแนน ต้องกำหนดไว้เลยว่าถ้าใครผ่านงานชนิดใดมามากน้อยเท่าใดแล้วจะได้คะแนนมากน้อยเท่าใด แต่ถ้าใครไม่ผ่านงานด้านใดมาเลยต้องไม่มีคะแนน เป็นการกำหนดเป็นการกำหนดกรอบการให้คะแนนไว้ เพื่อป้องกันการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจของคณะกรรมการ คัดเลือก เพื่อไม่ให้คะแนนของผู้เข้ารับการคัดเลือกแตกต่างกันอย่างมาก ความรู้ความสามารถ 50%

ถ้าให้ 50 คะแนนควรให้ทุกสายงานเท่ากันเพราะผู้บริหารควรมีทุกอย่าง ป้องกันปราบปรามสืบสวนสวนบริหารมั่นคงและกิจการพิเศษกฎหมายและคดี โดยไม่มีการกำหนดกฏเกณฑ์ตั้งแต่แรก หรือกำหนดกฏเกณฑ์แบบไม่เป็นธรรม เพื่อให้การคัดเลือกครั้งนี้เป็นไปโดยเป็นธรรม และให้ได้ผู้ที่มีความอาวุโส และมีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปรามตามเจตนารมย์ของมาตรา 78 (1) อย่างแท้จริง เทียบเคียงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด อ.155/2561