เด็กหญิง ม.2 เข้าร้องสายไหมต้องรอดซ้อนท้าย จยย. ถูกสายเคเบิ้ลเกี่ยวกระจกตาแตก ตร.ให้หาหลักฐานเอง ยังไร้หน่วยงานรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน เด็กหญิง อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกสายเคเบิลที่ห้อยลงมาเกี่ยวตาได้รับบาดเจ็บ ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ บนถนนประชาอุทิศ 46/1 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา
น.ส.น้ำทิพย์ บุญเลิศ ป้าของเด็กผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองเพิ่งมาทำอาชีพไรเดอร์ได้ 3 วัน โดยจะพาหลานสาวซ้อนท้ายออกไปช่วยกันทำมาหากิน ซึ่งในวันเกิดเหตุขณะที่ตนเองกำลังขับรถจักรยานยนต์ไปส่งอาหารให้ลูกค้า โดยมีหลานสาวนั่งซ้อนท้ายไปด้วย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่ามีสายเคเบิลขาดห้อยลงมาได้เกี่ยวตาซ้ายของหลานสาวจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงรีบพาไปรักษายังโรงพยาบาล ซึ่งต่อมาแพทย์ระบุว่ากระจกตาแตก และเลนส์แก้วตาซ้ายแตก ซึ่งมีโอกาสตาบอดถึง 70% และต้องใส่เลนตาเทียม
หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ แต่พนักงานสอบสวนให้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้ โดยบอกว่าไม่รู้จะตามให้ยังไง และให้ผู้เสียหายไปหาภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุเอาเอง จากนั้นตนจึงตัดสินใจไปตระเวนหากล้องวงจรปิด จนได้ภาพขณะเกิดเหตุ และภาพที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทสายเคเบิลดังกล่าว มาเก็บสายที่ห้อยพะรุงพะรังลงมา ในวันรุ่งขึ้นหลังจากเกิดเหตุ
ต่อมา ก็มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์มาสอบถามกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยบอกว่าหากสายดังกล่าวเป็นของบริษัทตนเองก็ยินดีที่จะช่วยเหลือเรื่องการรักษา และชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด เนื่องจากคดียังไม่คืบหน้า เพราะตำรวจยังไม่รับแจ้งความ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมาร้องขอให้เพจสายไหมต้องรอดช่วยเหลือ
ด้านนายเอกภพ เห็นว่ากรณีนี้ตำรวจควรจะรับแจ้งความเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายไปหาพยานหลักฐาน หรือให้ต้องมาร้องกับหน่วยงานเพื่อสังคม และสื่อมวลชนเพื่อให้เป็นข่าว โดยตนเองจะให้ทีมงานพาผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะต่อไป นอกจากนี้ ยังอยากฝากถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ประสานเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการจัดระเบียบสายเคเบิลในพื้นที่ต่างๆ ให้เรียบร้อย เพราะยังมีสายเคเบิลห้อยพระลุงพะลังเสี่ยงอันตรายต่อประชาชนอีกหลายจุด ซึ่งที่ผ่านมาทีมงานสายไหมต้องรอดเคยได้รับร้องเรียน จากประชาชนกรณีได้รับผลกระทบจากสายไฟและสายเคเบิลห้อยจนทำให้เกิดอันตราย ไม่ต่ำกว่า 10 กรณีแล้ว ซึ่งเจ้าของสายเคเบิลที่สร้างปัญหาก็เป็นของบริษัท สื่อสารเกือบทุกบริษัท จึงทำให้เห็นว่ายังไม่มีการเอาใจใส่ดูแลความเรียบร้อยอย่างจริงจัง

