สาย ตร.นำคลิปเสียง ร้องถูกตามล่าหลังรับเคลียร์คดียา แฉ 3 ตำรวจรวยอู้ฟู่มีเงินเปิดผับ เรียกค่าคุ้มครอง เงินกู้ หวยรายวัน

3.09.23 | 14:33 น.

สาย ตร.นำคลิปเสียงเข้าร้องสายไหมต้องรอด ถูกตามล่า หวั่นตาย หลังรับเคลียร์คดียา 1 แสนเม็ด แต่ยังถูกจับ เผยรับเคลียร์มากว่า 20 เคสแล้ว แฉ 3 ตำรวจรวยอู้ฟู่มีเงินเปิดผับ เรียกค่าคุ้มครอง เงินกู้-หวยรายวัน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี นำหลักฐานทั้งคลิปเสียงและหลักฐานการโอนเงิน มาร้องขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด โดยนายเอกล่าวว่าเนื่องจากตนเป็นสายให้กับตำรวจในการจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยเล่าว่า คดีล่าสุดที่ตนเป็นสายให้กับตำรวจ ไปตรวจค้นบ้านแห่งหนึ่งที่เป็นที่พักยาเสพติด ย่านตากสิน 19 ได้ยาเสพติดมาจำนวน 1 แสนเม็ด และจับกุมคนเฝ้าได้ 1 คน เหตุเมื่อช่วงกลางปี 2565 หลังจากนั้น ตนก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าของยาเสพติด เพื่อหวังว่าจะให้ตนไปคุยกับตำรวจเพื่อขอเคลียร์ไม่ให้ขยายผล ซึ่งตนได้ไปคุยกับตำรวจยศรองสารวัตรสืบสวนของ สน.แห่งหนึ่งในพื้นที่กำกับการตำรวจนครบาล 8 (สน.ตลาดพลู) ก็บอกกับตนว่าให้ไปบอกเจ้าของยาว่าถ้าอยากให้ไม่ดำเนินคดีให้จ่ายเงิน 1 ล้านบาท แต่เจ้าของยาต่อรองเหลือ 5 แสนบาท และจ่ายทันที แต่หลังจากที่มีการจ่ายเงินกันแล้ว มีตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ปส. ที่มาร่วมจับกุมด้วยทำให้อำนาจในการขยายผลไม่ใช่ตำรวจท้องที่แล้ว

จากนั้นเจ้าของยาเสพติดจึงต้องการเงิน 5 แสนบาท คืนจากตำรวจ และตำรวจได้นัดตนไปคุยกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านตลาดพลู แต่ตนสังหรณ์ใจจึงส่งเพื่อนไปแทน สุดท้ายตำรวจได้จับเพื่อนไปซักเพื่อถามหาว่าตนอยู่ไหน ทำให้ตนต้องนำคลิปเสียงที่มีการเจรจาเรื่องเงินส่งไปให้ตำรวจเพื่อให้ปล่อยตัวเพื่อน ทำให้ตำรวจกลัวว่าตนจะเปิดโปงเรื่องทั้งหมด จึงส่งคนออกตามล่าตนและไปคุกคามคนในครอบครัว ขณะเดียวกันเจ้าของยาเสพติดก็ตามล่าตนอีกเช่นกัน ทำให้ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งผู้เสียหายได้มีการเปิดคลิปเสียงให้ผู้สื่อข่าวฟังบางช่วง

นายเอกล่าวว่า ตนทำหน้าที่เป็นสายให้กับตำรวจมานานกว่า 10 ปี เพราะเมื่อตอนวัยรุ่นตนเคยถูกตำรวจจับและเสนอตัวเป็นสายให้ จนถึงตอนนี้ก็เป็นสายมาให้ตำรวจกว่า 50 เคส แต่มีประมาณ 20 เคส ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีการเรียกรับเงินในลักษณะนี้ และยังบอกว่าตำรวจที่เกี่ยวข้องในการเรียกรับเงินมีทั้งหมด 5 คน แต่แบ่งเงินกันแค่ 3 นาย คือ ผู้กองพงศ์, ดาบป๊อก, จ่าแจ๊ค ส่วนตำรวจอีก 2 นาย เป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรถูกสั่งตามหน้าที่ไม่ได้รับส่วนแบ่ง

นายเอยังกล่าวอีกว่า ตำรวจ 3 นายที่ได้รับส่วนแบ่งนั้นมีฐานะอู้ฟู่ และเปิดสถานบันเทิง รวมถึงยังไปเรียกค่าคุ้มครองจากขบวนการปล่อยเงินกู้รายวัน และแก๊งหวยรายวัน

Advertisement

ตอนนี้ทุกวันตนรู้สึกกลัว และไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะตำรวจได้ส่งคนมาคุกคามตนที่บ้านพัก ไปคุกคามพ่อแม่และคนในครอบครัวก็ถามหาตน ทำให้ตอนนี้ตนต้องหาที่ซ่อนตัว อีกทั้งเจ้าของยาเสพติดก็ส่งคนตามล่าตนอีกเช่นกัน และตอนนี้ตนอยากเปิดหน้าสู้ เพราะถ้าไม่สู้ก็รู้ว่าคงต้องตาย

ด้านนายเอกภพบอกว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ใหญ่เพราะตำรวจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีการเรียกรับเงิน โดยหลังจากที่ผู้เสียหายมาร้องตนจะพาไปอยู่ที่เซฟเฮาส์ก่อนที่พรุ่งนี้จะพาไปพบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีทั้งตำรวจและเจ้าของยาเสพติดทั้งหมดส่วนตัวของผู้เสียหายจะขอให้กันไว้เป็นพยานเพราะมีหลักฐานและคำให้การที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี