อว. เข้าพบ ประธานองคมนตรี รายงานผลงานวิจัยการใช้เทคโนโลยีการสำรวจโดย LiDAR เพื่อศึกษาร่องรอยแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย
เมื่อเร็วๆนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อภิชาติ นพเมือง และ นายนพพร รอยลาภเจริญพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการองคมนตรี ได้ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวง อว., ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการจิสด้า(GISTDA), นางสาวสิริธรรม ณ ระนอง ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (ธัชชา), ผศ.ชวลิต ขาวเขียว ผู้อำนวยสถาบันสุวรรณภูมิศึกษา (ธัชชา), ดร.สยาม ลววิโรจน์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และบริหารภูมิสารสนเทศจาก GISTDA, ดร.ภานุ เศรษฐเสถียง นักวิจัยจาก GISTDA และ ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ นักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าพบเพื่อรายงานผลงานวิจัยการดำเนินงานการใช้เทคโนโลยี LiDAR เพื่อการสำรวจทางโบราณคดีและแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ

ทางด้าน ดร.สยาม ลววิโรจน์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และบริหารภูมิสารสนเทศจาก GISTDA ได้นำเสนอกระบวนการและข้อค้นพบจากการใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการบินสำรวจพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ พื้นที่เมืองโบราณอู่ทอง เมืองโบราณเวียงท่ากาน เมืองโบราณคูบัว รวมถึงได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการวิจัยด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุวรรณภูมิศึกษาในดินแดนประเทศไทยและพื้นที่ข้างเคียง
ในขณะที่ ผศ.ชวลิต ขาวเขียว ผู้อำนวยการสถาบันสุวรรณภูมิศึกษา ธัชชา กล่าวว่า อว. โดย ธัชชา ได้ขับเคลื่อนงานวิจัยร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้ริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการวิเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ บูรณาการการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์โบราณคดีของประเทศและภูมิภาค ด้วยการเริ่มต้นนำ 3 เทคโนโลยีที่สำคัญ

คือ การใช้เทคโนโลยีการสำรวจด้วย LiDAR เพื่อสร้างฐานข้อมูลการเชื่อมโยงเส้นทางแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ, การสร้างฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมมนุษย์และสัตว์โบราณ (DNA) และ การสร้างเครื่องกำหนดอายุด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ Carbon AMS Dating ครั้งแรกในประเทศ เพื่อใช้ในการสนับสนุนการค้นคว้าเปิดหน้าประวัติศาสตร์โบราณคดีของประเทศไทยที่ย้อนถอยไปไกลกว่าหลายพันปี ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ยืนยันการค้นพบและเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดี สร้างการรับรู้และความภาคภูมิใจเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมบนผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินประเทศไทยต่อไป

จากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ ได้ให้ข้อแนะนำว่า การศึกษาเกี่ยวกับ สุวรรณภูมิศึกษา ในประเด็น “สุวรรณภูมิ : อารยธรรมเชื่อมโยงโลก” ควรพิจารณามิติให้ครบทุกด้าน เช่น การตั้งถิ่นฐาน เทคโนโลยี การค้า การศาสนา งานศิลปกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ของพุทธศาสนาระหว่างดินแดนในประเทศอินเดียกับประเทศไทย นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย จีน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ด้วย รวมถึงแนะนำให้กระทรวง อว. ใช้ศักยภาพที่มีด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเทคโนโลยี ด้านการวิจัย ให้เป็นพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อสนับสนุนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อยกระดับการรับรู้ การอนุรักษ์ การท่องเที่ยว แหล่งมรดกทางวัฒธรรมของประเทศต่อไป



