ศาลยกฟ้อง คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ฟ้อง ‘รพี’ หมิ่นประมาท ทนายพัช จ่อ อุทธรณ์ ลั่นมีหลักฐานเด็ด

5.09.23 | 11:31 น.

ศาลยกฟ้อง คดี “แอม ไซยาไนด์” ฟ้อง “รพี” หมิ่นประมาท ด้าน ทนายพัช จ่อ อุทธรณ์ ลั่นมีหลักฐานเด็ด เย้ย “บิ๊กโจ๊ก” เหตุใดสำนวนที่เหลือเงียบหาย

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ในคดี อ.1090/2566 ที่ นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ผู้ต้องหาคดีวางยาฆาตกรรมเหยื่อหลายราย ฟ้องนายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานความผิดหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาฯ หลังไปออกรายการดังช่องหนึ่ง

ก่อนเข้าฟังคำสั่ง น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง ทนายความฝั่งจำเลย เปิดเผยว่า วันนี้ศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการไต่สวนไปแล้ว 2 นัด โดยนางสรารัตน์ได้ฟ้องนายรพี ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีที่ไปให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง โดยใช้คำพูดว่า “โกหกเจ้าหน้าที่จนหัวปั่นและหลอกตำรวจ” ซึ่งเป็นการพูดตามข้อเท็จจริง ซึ่งในวันนี้นายรพีไม่ได้มาร่วมฟังคำสั่งเนื่องจากติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด

ด้าน น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ทนายความของนางสรารัตน์ เปิดเผยก่อนเข้าห้องพิจารณาว่า หากคดีนี้ศาลมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลตนก็จะอุทธรณ์ต่อไป แต่ถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูลและมีคำสั่งรับฟ้อง กรณีที่นายรพีไม่มาฟังคำสั่ง ตนก็จะส่งหมายศาลไปยังภูมิลำเนา

อย่างไรก็ตาม มีความมั่นใจในพยานหลักฐานที่จะเอาผิดกับนายรพีได้ ซึ่งนายรพีก็ยอมรับเองว่าบุคคลที่อยู่ในคลิปนั้นเป็นตนเองจริง ในชั้นนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาว่ามีองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเป็นความผิดหรือไม่นั้น ก็จะเป็นอีกชั้นหนึ่ง คือศาลต้องรับฟ้องก่อนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาคดีต่อไป

โดยศาลพิเคราะห์แล้วการที่ นายรพีจำเลย ได้รับมอบอำนาจจากมารดาผู้ตายให้ดำเนินการแทนได้ เรื่องให้ข้อมูลทางภาครัฐและทางสื่อมวลชน ดังนั้นที่จำเลยออกไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า โกหกตำรวจจนหัวปั่นนั้น เป็นข้อเท็จจริงจากแนวทางการสืบสวนของตำรวจในรายการหนึ่ง จึงเป็นการกล่าวโดยสุจริตไม่เป็นความผิด ยกฟ้อง

Advertisement

ภายหลังศาลมีคำสั่ง น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง ทนายจำเลย เปิดเผยว่า ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่านายรพีได้รับมอบอำนาจจากญาติผู้เสียหาย ซึ่งการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์นั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริงจากการสืบสวนของตำรวจ ซึ่งได้รับรายงานจากตำรวจชุดคลี่คลายคดี เป็นการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐด้วย จึงเป็นการให้สัมภาษณ์โดยสุจริต ซึ่งฝ่ายโจทก์มีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน หรืออาจจะขยายได้ครั้งละ 1 เดือน ซึ่งนายรพีเองก็รู้สึกดีใจที่ได้รับความยุติธรรมจากศาลในครั้งนี้

ด้าน น.ส.ธันย์นิชา หรือทนายพัช เปิดเผยว่า หลังจากนี้ เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายใน 30 วัน หลังมีพยานหลักฐานใหม่ที่ยื่นต่อศาลไปแล้วเมื่อวานนี้ เป็นเอกสารเกี่ยวกับใบรับมอบอำนาจ มารดาของผู้เสียชีวิตให้กับนายรพี ซึ่งพบความผิดปกติ โดยในเอกสารมอบอำนาจ ลงวันที่ 14 เม.ย.2566 แต่เอกสารสำเนาบัตรที่ใช้ยื่น ประกอบรับรองการมอบอำนาจ พบเป็นวันที่ 1 พ.ค.2566 ซึ่งอาจเป็นการออกบัตรหลังจากที่มีการทำหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคำสั่งในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ส่วนเรื่องคดีความของแอม ไซยาไนด์ ตำรวจอ้างว่าจะมีการสรุปสำนวน ฟ้องแอมรวมทั้งหมด 15 สำนวน ขณะนี้มีเพียงสำนวนเดียว ของ น.ส.ก้อย ที่ส่งมาถึงอัยการเท่านั้น ฝากไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำกับดูแลคดีดังกล่าว ว่าความคืบหน้าในการทำสำนวนที่เหลือไปถึงไหนแล้ว หากตำรวจไม่มีการฟ้องสำนวนที่เหลือตามที่มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ ตนเตรียมฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงญาติผู้เสียชีวิตที่เหลือด้วย