บก.สส.บช.น.ตามจับหญิงวัย 37 ปี รับจ้างเงินพันเปิดบัญชีม้า หลอกเหยื่อลงทุนผ่านแอพพ์ พบ 8 หมายจับติดตัว
เมื่อวันที่ 5 กันยายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ทศรัสมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ธนพล มโนษร รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ชุดปฎิบัติการที่ 4 พร้อม นักเรียนสืบสวนคดีอาญา รุ่น 112 ร่วมกันจับกุม น.ส.ดวงรักษ์ รัตนเทพ อายุ 37 ปี ชาว จ.ยโสธร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุลคลหนึ่ง” ได้ที่บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 49/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาลร่วมกับนักเรียนสืบสวนรุ่น 112 รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากถูกหลอกให้รัก โดยรู้จักกับมิจฉาชีพผ่านเฟซบุ๊กต่อมาชักชวนให้ลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่น หลังผู้เสียหายตายใจหลงเชื่อจึงร่วมลงทุนกับสาวคนดังกล่าวผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สูญเงินไป 2,125,000 บาท โดยการโอนเงินร่วมลงทุนเข้าบัญชีธนาคารชื่อของ “นางสาวดวงรักษ์ ” ที่เป็นเจ้าของบัญชี เมื่อผู้เสียหายลงทุนไปพบว่าไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ และไม่สามารถติดต่อสาวคนดังกล่าวได้จึงเชื่อว่าถูกหลอกให้รักแล้วเชิดเงินลงทุนหนี ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ต่อมาชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล และนักเรียนสืบสวนคดีอาญา รุ่น 112 จึงสืบสวนหาข้อมูลกระทั่งพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายทั่วประเทศ โอนเงินผ่านบัญชี “นางสาวดวงรักษ์” ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15 ล้านบาทจึงลงพื้นที่เพื่อหาตัว น.ส.ดวงรักษ์ เฝ้าอยู่บริเวณที่พักอาศัยที่คาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ เมื่อผู้ต้องหาปรากฎตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวพร้อมหมายจับและแจ้งสิทธิให้ทราบก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำต่อไป ซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา รับว่าเป็นคนรับจ้างเปิดบัญชี ละ 1,500-2,000 บาท จะหักค่านายหน้า 500 บาท ขายบัญชีไป 3 บัญชี จึงทำบันทึกการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา ดำเนินการต่อไป
ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ตรวจสอบในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พบหมายจับความผิดฐาน”ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” อีก 8 หมาย พร้อมกล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า ในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพหลายรูปแบบ ขอให้ใช้สติวิจารณญาณในการดำเนินชีวิตในสังคม อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที

