ผู้การเต่ายันบังคับใช้กฎหมายรถบรรทุกน้ำหนักเกินไม่ละเว้น ไม่ได้ทำงานตามกระแสอย่าง ส.ส.วิโรจน์โพสต์

5.09.23 | 16:37 น.

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (รรท.ผบก.ทล.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์ในสื่อโซเชียลโดยสรุปว่า คดีส่วยสติ๊กเกอร์ทางหลวงขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการดำเนินการของ บช.ก.โดยฝากไปถึงตำรวจให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างเด็ดขาดมิใช่ทำตามกระแสสังคมเรื่องเงียบหายไปก็ย้ายกลับมาอีก โดยกล่าวว่า ทาง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ บก.ทล. ดำเนินการสืบสวนตรวจสอบ ต่อมาทาง บก.ทล. สั่งย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์ 40 นายเข้ามาช่วยราชการที่ บก.ทล.ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาและสอบสวนปากคำทุกคนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ทั้ง 40 นายกลับไปประจำที่หน่วยเดิม โดยไม่ให้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชน หรือเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว โดยจำนวนดังกล่าวมีตำรวจ 6 นาย ซึ่งมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตส่วยสติ๊กเกอร์ถูกส่งเรื่องไป ป.ป.ช. เพื่อชี้มูลความผิด นอกจากนี้ยังมีตำรวจทางหลวงอีก 11 นาย ที่ถูกร้องเรียนในการกระทำความผิดรูปแบบอื่นๆ บก.ทล.เรียกตัวทั้งหมดมาอบรมพร้อมส่งกลับไปยังต้นสังกัดและติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ตำรวจทั้ง 40 นายจะถูกส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไปพิจารณาเรื่องการลงโทษทางวินัยและจะพิจารณาย้ายออกนอกหน่วยในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งต่อไป

ทั้งนี้ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวพบว่า มีเจ้าหน้าที่ประจำด่านชั่งน้ำหนักของกรมทางหลวงมีการทำเรื่องร้องเรียนกันไปมาเกี่ยวกับการทุจริตส่วยสติ๊กเกอร์และการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการรถบรรทุก จึงเรียกเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมาทำการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทั้งนี้หลังจากเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวพบว่า มีความพยายามจากผู้ประกอบการรถบรรทุกบางคนติดต่อขอให้ช่วยเหลือผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมายจับกุมเกี่ยวกับการบรรทุกเกินของรถบรรทุกในสายทางต่างๆ ซึ่งตนปฏิเสธการให้การช่วยเหลือในทุกรูปแบบและให้ไปติดต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อให้แก้ไขกฎหมายให้สามารถบรรทุกเกินได้ตามความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละคน และยังแจ้งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีกรมทางหลวงรับทราบ ซึ่งทางอธิบดีกำชับให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างเต็มที่โดยไม่ละเว้น เพราะบอกว่าปัญหาดังกล่าวสร้างความเสียหายกับถนนทางหลวงในหลายสายซึ่งต้องเสียงบประมาณในการซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ยืนยันว่า บช.ก.บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจับกุมรถบรรทุกเกินและการปราบปรามการทุจริตใน บก.ทล.อย่างเต็มที่ไม่ได้ทำงานตามกระแสอย่างที่กลุ่มการเมืองบางฝ่ายตั้งข้อสังเกต และเพื่อไม่ให้ข้าราชการตำรวจในหน่วยไปแสวงหาเงินจากการทุจริตได้เข้าไปตรวจสอบและดูแลสวัสดิการของ บก.ทล.ให้ได้รับค่าตอบแทนอย่างเต็มที่