รวบหนุ่มจอมเนียนหลอกใช้บัญชีแม่ค้าร้านยำ รับโอนเงินตุ๋นเหยื่อซื้อสินค้านับร้อยราย ได้เงินไปเลี้ยงแมว เล่นพนัน เสพยา
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร, พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก,พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สรศักดิ์ แสงจันทร์ สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.ภูวดล เปรมปรีวรรณ รอง สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.นนทพัทธ์ กาวชู รอง.สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป., ด.ต.ระพีพัฒน์ หอมจรรยา,ด.ต.เฉลิมฤทธิ์ สุขบาง, จ.ส.ต.ณัทกร ศิรบัญชากุล, ส.ต.อ.วีรวัฒน์ ชมภูแสง, ส.ต.อ.ธีระวัฒน์ หาญประโคน, ส.ต.อ.กานต์ณวัฒน์ บุญพิเชฐ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป
ร่วมกันจับกุม นายพรประสิทธิ์ หรือต๋า อายุ 28 ปี โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น, และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” ได้ที่บริเวณกลางซอยบงกช 26 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับแม่ค้าร้านยำ จ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายใช้บัญชีของตนรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกขายตู้เย็นผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ จนเจ้าตัวต้องตกเป็นผู้ต้องหาในฐานความผิดเป็น “บัญชีม้ารับโอนเงินฯ” โดยแม่ค้าร้านยำคนดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดแต่อย่างใด โดยกรณีนี้เกิดมาแล้วหลายครั้ง และสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นอย่างมาก ทันทีที่ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน จนทราบว่าแม่ค้าร้านยำไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการหลอกซื้อตู้เย็น และถูกคนร้ายใช้บัญชีเพื่อรับโอนเงินที่หลอกลวงผู้อื่นมาอีกต่อหนึ่ง และจากการสืบสวนทำให้ทราบว่าผู้กระทำความผิดคือ นายพรประสิทธิ์ หรือต๋า ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีการใช้ชื่อไลน์ว่า “วรรณพร” พร้อมแฝงตัวไปยังกลุ่มไลน์ต่างๆ เพื่อหลอกลวงผู้บริโภคที่สนใจซื้อสินค้า เมื่อเหยื่อติดกับดัก ตัดสินใจซื้อสินค้า นายพรประสิทธิ์ฯผู้ต้องหารายนี้ จะทำทีไปซื้อยำที่ร้านดังกล่าว ในราคาเพียงหลักสิบ ในเวลาเดียวกันนั้นก็จะนัดเวลาให้เหยื่อที่จะซื้อสินค้าโอนเงินมา โดยนำเลขบัญชีของแม่ค้าร้านยำ (ผู้เสียหาย) ส่งต่อให้เหยื่อทำการโอนเงิน เป็นจำนวน 2,500 บาท จากนั้นจะทำทีอ้างกับแม่ค้าร้านยำ (ผู้เสียหาย) ว่ามีการโอนเงินไปเกินราคา ขอให้ทอนคืนเป็นเงินสด
จากการสืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า นายพรประสิทธิ์หรือต๋า มีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะนี้มาโดยตลอด เป็นบุคคลที่ถูกประกาศทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่าเป็นมิจฉาชีพที่ควรระวัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.จึงได้สืบสวน แล้วเฝ้าติดตามผู้ต้องหารายนี้มาต่อเนื่อง จนทราบว่าหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ กลางซอยบงกช 26 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนวางแผนเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาได้
เมื่อตรวจสอบประวัติทางคดีอาญา พบว่า เคยตกเป็นผู้ต้องหาอีก จำนวน 9 คดี ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 7 คดี ดังนี้
1).ฐานความผิด มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ของ สภ.ปากคลองรังสิต
2).ฐานความผิด มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ของ สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ
3).ฐานความผิด ตัวการในข้อหาลักทรัพย์ ของ สภ.ธัญบุรี
4).ฐานความผิด ตัวการในข้อหามีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ของ สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ
5).ฐานความผิด ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ของ สภ.เมืองนนทบุรี
6).ฐานความผิด ตัวการในข้อหามีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ของ สภ.คลองหลวง
7).ฐานความผิด ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์,ฉ้อโกงของ สภ.โพธิ์แก้ว
และยังไม่ถูกจับกุม จำนวน 2 คดี ได้แก่ 1) ฐานความผิด ตัวการในข้อหาการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของ สภ.เมืองนครราชสีมา
(หลบหนี มีผลบังคับใช้ตามกฏหมาย) 2)ฐานความผิด ตัวการในข้อหาฉ้อโกงประชาชนของ สน.เทียนทะเล
(หลบหนี มีผลบังคับใช้ตามกฏหมาย)
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำผิดจริง และทำมานานแล้ว พร้อมยังยอมรับว่า มีผู้เสียหายประมาณกว่า 100 คน ได้เงินจากการหลอกลวงครั้งละ 2-4 พันบาท เงินที่ได้จากการหลอกลวงแบ่งไปใช้เลี้ยงแมว เล่นการพนันออนไลน์ เสพยาเสพติด และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

