ชัชชาติ ขอหลักฐาน รับไม่ได้ ‘กล่าวหาไม่โปร่งใส’ แจงยิบข่าวลือ ‘คนใกล้ชิดรับส่วย’ แต่งตั้ง ผอ.เขต

5.09.23 | 15:56 น.

‘ชัชชาติ’ รับไม่ได้ กล่าวหาไม่โปร่งใส แจงยิบปม ‘คนใกล้ชิดรับส่วยแต่งตั้ง ผอ.เขต’ แค่นัดอบรมเพิ่มเติม ทำเสียกำลังใจ ขอบคุณสำหรับคำเตือน

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งออกข่าวว่ามีการเรียกผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตต่างๆ มาประชุมเพื่อพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเขต โดยคนสนิทของที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ที่มีอำนาจพิจารณาการแต่งตั้งดังกล่าว

นายชัชชาติชี้แจงว่า ตามที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งเผยชื่อ นาย ป. ก็คือ นายปารุส อรหัตมานัส ข้าราชการเกษียณ อดีตผู้อำนวยการเขตวังทองหลาง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯกทม. ท่านเป็นคนเข้าใจระบบการทำงานของ กทม. ซึ่งไม่ได้รับเงินเดือน มีแต่เงินบำนาญที่ได้แต่ละเดือนเท่านั้น ตนยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้ง ผอ.เขต เราต้องการคนดีเข้าไปทำงาน ถ้าเราเอาคนทุจริตมาเป็นทีมงาน สุดท้ายเราจะแย่เอง

“เราไม่มีทางเอาคนที่ไม่น่าไว้ใจ ไม่เก่งงานมา การเรียกรับผลประโยชน์ ไม่เคยมีความคิดในทีมนี้” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากผู้ช่วย ผอ.เขตมีความรู้บางด้าน จึงมีการจัดอบรมตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้ช่วย ผอ.เขต ซึ่งเป็นหลักสูตรเร่งรัด 3 วัน 2 คืน จัดโดยสถาบันพัฒนาทรัพยากรบุคคลกรุงเทพมหานคร ซึ่งตนก็ไปเป็นประธานเปิดเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ที่ศูนย์การเรียนรู้มหานคร เขตหนองจอกด้วย เมื่ออบรมแล้วเสร็จก็มีการตั้งไลน์กลุ่มกัน มีการนัดรวมตัวกันเพื่ออบรมเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม โดยวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา มีการนัดอบรมเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร ผู้อบรมคือ นายธนาชิต ชูติกาญจน์ อดีต ผอ.เขตทุ่งครุ ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตวังทองหลาง เวลา 09.00-15.00 น. มีผู้เข้าอบรมประมาณ 40 คน จากที่ลงทะเบียน 70 คน ซึ่งไม่ได้มีการตั้งงบประมาณของทางราชการ

“เป็นการเรียนรู้เพิ่มเติมแบบ Life Long Learning โดยใช้เวลานอกราชการ มีการลงชื่อสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับให้ใครมา มีการลงขันจัดก๋วยเตี๋ยว น้ำดื่มกันเอง มีความโปร่งใส เพราะทุกคนเห็นกันหมด” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า มีเอกสารอบรมเป็นเรื่อง ‘การระวังชี้แนวเขตที่ดิน และการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์’ ซึ่งเป็นเรื่องยาก ผู้ช่วย ผอ.เขตที่ไม่มีประสบการณ์บางทีไม่มีข้อมูล เลยเอาอดีต ผอ.เขตที่มีประสบการณ์มาช่วยอบรม เป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณเขาด้วย ที่สละเวลาในวันอาทิตย์มาเรียนรู้ มาสอนให้เพิ่มเติม

“ผมว่าเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ไม่มีอะไรที่ทุจริต ไม่ได้เรียกรับซื้อตำแหน่ง เป็นการหาความรู้เพิ่มเติม มาด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ใช้เงินหลวง เขตมีที่ว่าง เขาก็ประสานงานมา ขอความกรุณาเอาข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องด้วย ทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายสรรเสริญ เรืองฤทธิ์ ผู้ช่วย ผอ.เขตดุสิต หนึ่งในผู้อบรมในวันนั้น เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ว่าฯกทม.ได้อธิบายไป เป็นการนัดหารือ Knowledge Management ของผู้ช่วย ผอ.เขต โดย นายธนาชิตเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง ซึ่งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายธนาชิตได้เป็นวิทยากรให้รอบหนึ่งแล้ว แต่ยังมีเนื้อหาเพิ่มเติมอีกเยอะมาก ผู้ช่วย ผอ.เขตหลายคนอยากให้ นายธนาชิตถ่ายทอดประสบการณ์ จึงมีการนัดอบรมเพิ่มเติม ในตอนแรกจะมีการนัดในเดือนสิงหาคม แต่ห้องประชุมไม่ว่างจึงนัดอบรมกันในวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา

“เป็นที่น่าเสียใจเหมือนกันที่ข่าวออกมาแบบนี้ เป็นการบั่นทอนกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน ท่านธนาชิตเองก็ตั้งใจเต็มที่ ทางที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯกทม.ท่านก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อยากให้ผู้ช่วย ผอ.เขตทุกคนมีความรู้ความสามารถในประเด็นหลากหลาย” นายสรรเสริญกล่าว

ด้าน นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า ในเนื้อข่าวดังกล่าวมีการพูดถึงเรื่องการประมูลจัดเก็บขยะ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์เยอะ ที่ผ่านมาตนจึงมอบหมายให้นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ซึ่งที่ผ่านมา กทม.มีการประมูลจัดเก็บขยะมาแล้ว 1 ครั้ง โดยมีการกำหนดราคากลางตั้งแต่ปี 2563 อยู่ที่ 716 บาท/ตัน เมื่อมีการประมูล ทางบริษัท ไพโรจน์สมพงษ์พาณิชย์ จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 683 บาท/ตัน ต่อมาทาง กทม.ได้ต่อรองลดราคาทั้งหมด 3 ครั้ง เหลืออยู่ที่ 600 บาท/ตัน ซึ่งประหยัดงบประมาณไปได้ 169 ล้านบาท

“เงินทุกบาททุกสตางค์มีความหมาย ถ้าจะมากล่าวหาว่ามีเรื่องทุจริต มีเรื่องผลประโยชน์ ก็ต้องยืนยันกันด้วยหลักฐานว่าเราไม่มีเรื่องนี้ ถ้ามีจริงไม่ต้องมาต่อรองถึง 3 รอบ เงินที่ประหยัดได้ ก็คือเงินที่ไว้ดูแลเด็กนักเรียน ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งกลับคืนสู่พี่น้องประชาชน ขอบคุณสำหรับคำเตือน แต่ต้องขอให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงด้วย” นายชัชชาติกล่าว

“คือกล่าวหาอะไรก็ได้ กล่าวหาว่าผมทำงานไม่เก่ง ผมไม่ว่า แต่จะมาพูดเรื่องไม่โปร่งใส แบบนี้รับไม่ได้ เพราะมันเป็นจิตวิญญาณที่ต้องไปด้วยความโปร่งใส ไม่งั้นประชาชนเขารับไม่ได้” นายชัชชาติกล่าว