หน้าแรก ในประเทศ บันทึก 12 เหต...

บันทึก 12 เหตุการณ์ ‘ท้องถิ่น-ส่วนภูมิภาค’

5.01.17 | 13:05 น.

“มติชน” ได้บันทึกเหตุการณ์และความเป็นไปของภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และราชการส่วนภูมิภาค ที่น่าสนใจในรอบ 12 เดือนของปี 2559

ผู้ว่าฯสารคามไล่32นายกอบต.
เริ่มต้นเมื่อ 5 ม.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวลงดาบล็อต 3 สั่งพักข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้บริหาร สสส.รวม 59 ราย โดยผู้บริหาร อปท. 44 ราย มาจาก จ.มหาสารคาม 32 ราย ที่จังหวัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่อมาเดือน ก.ย.59 โชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าฯมหาสารคามขณะนั้นลงนามคำสั่งไล่ออกนายก อบต.ทั้ง 32 รายพ้นหน้าที่ หลังทุจริตในการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล นับเป็นการถอนรากถอนโคนการทุจริตแบบม้วนเดียวจบ ไร้ข้อกังขา แต่ช่วงประจวบเหมาะอีกไม่กี่วันต่อมา กระทรวงมหาดไทยย้ายโชคชัย เดชอมรธัญ ไปเป็นผู้ว่าฯในจังหวัดเกรดเอ ที่ภูเก็ต

ช่วงคาบเกี่ยวกัน ชาวสวนยางพาราโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่โงหัวแทบไม่ขึ้น เมื่อราคารับซื้อยางหลายประเภทตกต่ำสุดขีด ที่ จ.กระบี่ ยางแผ่นดิบชั้น 3 เหลือ กก.ละ 25 บาท หรือ “สี่โลร้อย” ส่วนที่สวนยางบางแห่งใน จ.นครศรีธรรมราช ดิ้นหาทางออกด้วยการโค่นไม้ยางขายให้พ่อค้าที่แทบจะรับซื้อไม่ทัน

เลราไวย์พิสูจน์ที่ดินบรรพบุรุษ
ความขัดแย้งข้อพิพาทที่ดินของกลุ่มชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่บรรพบุรุษถือครองกันมาชั่วนาตาปี มาวันหนึ่งมีคู่กรณีเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อ้างถึงความเป็นเจ้าของพื้นที่โดยมีเอกสารสิทธิยืนยัน ความขัดแย้งเกิดขึ้นหนัก โดยเมื่อ 27 ม.ค.59 กลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยคนเข้าทำร้ายชาวราไวย์ หลังมีการปิดทางเข้า-ออกพื้นที่ ต่อมาเมื่อ 4 ก.พ.59 ทาง จ.ภูเก็ตเรียกทุกฝ่ายเข้าประชุมเพื่อหาทางออกและพิสูจน์สิทธิในที่ดังกล่าว

ข้อพิพาทเดินมาไกลถึง ธ.ค.59 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารข่าวสรุปได้ว่า ชาวเลราไวย์ถูกเจ้าของโฉนดที่ดินที่ออกทับพื้นที่อยู่อาศัยฟ้องขับไล่ ประมาณ 19 ไร่ แม้จะอ้างว่าได้อยู่อาศัยและทำมาหากินในพื้นที่พิพาทมากว่า 7 ชั่วอายุคน แต่ด้วยความไม่รู้กฎหมาย จึงถูกบุคคลภายนอกครอบครองและออกเอกสารสิทธิในที่ดินก่อนมาฟ้องขับไล่ เบื้องต้นศาลชั้นต้นตัดสินให้ราษฎรชาวเลราไวย์ออกจากพื้นที่แล้ว 9 ราย

Advertisement

ต่อมา ดีเอสไอสืบสวนจนหาพยานหลักฐานสำคัญมาพิสูจน์นำไปสู่การพิจารณาของศาล พบหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าชาวเลราไวย์อาศัยอยู่ก่อนการออก ส.ค.1 และโฉนดที่ดินของโจทก์ ทั้งภาพถ่ายทางอากาศย้อนอดีต โครงกระดูกที่ขุดค้นพบเมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้วมีความสัมพันธ์กับคนในชุมชน เป็นต้น ต่อมาเมื่อ 13 ธ.ค.59 ศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่นายจำเริญ มุกดี ทายาทนายทัน มุกดี เจ้าของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8324 ฟ้องขับไล่นายจรูญ หาดทรายทอง และนางแต๋ว เซ่งบุตร เนื่องจากมีพิรุธควรสงสัยหลายอย่างในหลักฐาน ส.ค.1 และใบไต่สวนในการออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาท

ใช้ดาบม.44เด้ง4ผู้ว่าฯเข้ากรุ
เข้าสู่เดือน มี.ค.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ใช้คำสั่ง ม.44 เด้ง 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ากรุสำนักนายกรัฐมนตรี ชนิดบางคนให้สัมภาษณ์ยังมึนหาสาเหตุไม่พบ ประกอบด้วย 1.ยุทธนา วิริยะกิตติ ผู้ว่าฯศรีสะเกษ 2.สมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าฯตาก 3.สมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนนท์ ผู้ว่าฯจันทบุรี และ 4.วีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าฯปัตตานี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชี้แจงคำสั่งย้ายว่า ข้าราชการทั้ง 4 คนทราบดีอยู่แล้วว่า เหตุผลการย้ายในครั้งนี้เพราะอะไร ยืนยันว่า การสั่งย้ายครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประชาชน

อากาศร้อนยังไม่เท่าคำสั่งป.ป.ช.
ในช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่เดือน เม.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยาระบุถึงสภาพอากาศร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 44-46 องศาเซลเซียส แต่ยังร้อนสู้กับเมื่อปี 2503 ที่มีอุณหภูมิแตะความร้อนที่ 44.5 องศาเซลเซียสมาแล้ว ร้อนๆ อย่างนี้ ก็ยังไม่เท่ากับผู้บริหาร อปท.ที่ร้อนรนกว่า

เมื่อ ป.ป.ช.เผยแพร่การเอาผิดผู้บริหาร รองผู้บริหาร ที่ปรึกษา เลขานุการและสมาชิกสภาใน อปท. ถูกชี้มูลความผิดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ก่อนส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่ง ห้ามยุ่งกิจกรรมทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งขอให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน มีทั้งหมด 18 คน จาก 10 จังหวัด

นอกจากนั้น ป.ป.ช.ยังมีมติกรณีผู้บริหารท้องถิ่นเทศบาลตำบลเชียงยืน จ.มหาสารคาม กลั่นแกล้งไม่พิจารณาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งวิศวกรโยธาระดับ 4 ทั้งที่มีสเปกครบถ้วน ทำให้จตุสิทธิ์ ลางคุลานนท์ มีมูลความผิดฐานละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 73 ของ พ.ร.บ.เทศบาล 2496

สาปแช่งรอ-โกงกินเงินหมู่บ้าน
แม้จะมีกลไกของกฎหมายเอาผิดกับข้าราชการที่คิด “โกง” งบประมาณของแผ่นดิน สำหรับ นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าฯพิจิตรขณะนั้น ที่ต้องแก้ปัญหาภัยแล้งมาเยือนเมื่อเดือน พ.ค.59 ปัจจุบันนางฉัตรพรเป็นผู้ว่าฯเพชรบุรี ถึงกับสาปแช่งไปยังบุคคลที่กำลังจะคิดโกงกินโครงการของรัฐบาลที่เป็นเงินกองทุนหมู่บ้านละ 5 แสนบาท รวมทั้งเงินที่รัฐบาลช่วยปลดล็อกให้ อปท.ใช้งบเงินจ่ายขาดสะสมในการแก้ไขความเดือดร้อนได้ ด้วยประโยคที่ชัดถ้อยชัดคำไม่มีตกหล่น ดังนี้

“ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องคำนึงเสมอว่า เงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ใครทุจริตหรือยักยอกไปไม่ช้าก็เร็วภัยพิบัติจะถึงตัว ดังนั้นต้องทำงานด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งให้ผ่านลุล่วงไปจนได้”

ย้อนกลับไปในปี 58 ศูนย์ดำรงธรรม จ.พิจิตร รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน มีเรื่องทุจริตในเรื่องกองทุนหมู่บ้านละล้านไม่น้อยกว่า 100 เรื่อง มีทั้งโจทก์และจำเลยที่ต้องไต่สวนนับพันคน

ต้านหนักโครงการซื้อน้ำ-แพงฉิบ
เดือน มิ.ย.59 เป็นที่โจษจันกันอย่างมาก กรณีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยื่นญัตติโครงการซื้อน้ำประปาจากภาคเอกชน สัญญา 30 ปี วงเงิน 4.9 พันล้านบาท เพื่อให้สภาเทศบาลพิจารณาเห็นชอบ แต่โครงการถูกชาวบ้านต่อต้านอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องให้เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกนครนครศรีธรรมราชลาออก โดยมีการเปิดประชุมสภาเพื่อญัตติดังกล่าวกลับล่มถึง 3 ครั้ง ในเดือน พ.ค.59

คาดกันว่า การประชุมสภาหนที่ 3 เมื่อ 30 พ.ค.59 ทีมผู้บริหารที่ยื่นญัตติไม่ต้องการให้มีการลงมติ หวั่นปัญหาการบริหารงานของเทศบาลจะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างหนัก เมื่อสมาชิกสภายื่นใบลาไม่ยอมทำหน้าที่ องค์ประชุมจึงไม่ครบ ส่งผลทำให้ญัตติอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต้องตกไปตามระเบียบข้อบังคับด้วย

สำหรับโครงการซื้อน้ำประปาแบบผูกพันระยะยาว ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างหนัก หากโครงการเดินหน้าได้ เทศบาลจะต้องซื้อน้ำจากบริษัทเอกชนเฉลี่ยต้องจ่ายค่าน้ำสูงถึงวันละหลายแสนบาท และแพงขึ้นไปแบบขั้นบันไดตลอด 30 ปี กลายเป็นหนี้ผูกมัดจากรุ่นพ่อไปถึงรุ่นลูก

หมอเปรมปัดสั่งถอดกางเกงนักข่าว
เป็นคดีความกันมาถึงทุกวันนี้ กรณีผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ จังหวัดขอนแก่น แจ้งความที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ให้ดำเนินคดี นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนักการเมืองระดับใหญ่ที่หันมาบริหารเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว คุกคามเสรีภาพ และยังถูกบังคับขืนใจ เหตุเกิดเมื่อเดือน ก.ค.59

ผลมาจากกรณีมีการเสนอภาพของหมอเปรมศักดิ์กับนักเรียนสาวชั้น ม.5 เผยแพร่ออกสื่อ นำมาซึ่งความไม่พอใจของบุคคลในภาพ ต่อมาผู้สื่อข่าวทั้งหมด 5 คนได้ไปสัมภาษณ์หมอเปรมศักดิ์ต่อภาพดังกล่าวที่ถูกแชร์ในโลกออกไลน์ แต่ทั้งหมดถูกคุมตัวอยู่ในห้องทำงานของหมอเปรมศักดิ์ อันเป็นที่มาของผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ระบุถูกบังคับให้ถอดกางเกง แต่ต่อมาหมอเปรมศักดิ์ปฏิเสธผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ไม่มีการจับแก้ผ้าและบังคับหน่วงเหนี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้นักข่าวอีก 4 คนต่างเป็นพยานให้กับผู้สื่อข่าวเดลินิวส์
คดีนี้ยังเดินหน้าต่อไป จะมีใครไกล่เกลี่ยหรือเป็นคดีความกันต่อ

พาดหัวใหญ่ไอเดียยุบรวมอบต.
เป็นข่าวพาดหัวใหญ่หน้า 1 ของ นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 29 ส.ค.59 “6พันอปท.ระส่ำ เข้าข่ายยุบรวม” กับกรณีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. เสนอปรับปรุงโครงสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ยกระดับเป็นเทศบาลทั้งหมด อ้างถึงการยุบช่วยทำให้ท้องถิ่นมีศักยภาพและมีประสิทธิภาพการบริหารงาน

เวลานั้น ข้อมูลของสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย คาดว่าจะมี อปท.ที่มีประชากรไม่ถึง 7,000 คน และมีรายได้ไม่เกิน 20 ล้านบาทจะถูกยุบไปควบรวมเป็นเทศบาลจำนวนทั้งสิ้น 6,173 แห่ง จากจำนวน 7,548 แห่ง แบ่งออกเป็น อบต. 4,545 แห่ง และเทศบาลตำบลอีก 1,628 แห่ง

สุดท้ายแล้วข้อเสนอยุบรวมมีทั้งหนุนและต้านสลับฟันปลากัน ยังไม่มีอะไรการันตีเต็มร้อยได้ว่า การยุบรวมหรือการคงอยู่ของ อบต.อะไรจะดีกว่ากัน

โยกย้าย”พ่อเมือง”30ตำแหน่ง
เดือน ก.ย.59 มติ ครม.เห็นชอบโยกย้ายข้าราชการซี 10 ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 30 ตำแหน่ง เป็นล็อตใหญ่ของปี 59 มีผู้ว่าฯหลายคนเป็นไฮไลต์การโยกย้ายครั้งนี้ อาทิ ไพศาล วิมลรัตน์ โยกจากผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ขึ้นเป็นผู้ว่าฯน่าน ต้องเข้าไปสะสางภูเขาหัวโล้นและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลายแสนตันปลูกในที่ดินไร้เอกสารสิทธิไม่มีพ่อค้ากล้ารับซื้อ หรือพิบูลย์ หัตถกิจโกศล รองผู้ว่าฯปทุมธานี ขึ้นเป็นผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาที่ดินบนภูทับเบิกที่ยังไม่จบสิ้น

สตรีมุสลิมขึ้นรองผู้ว่าฯพัทลุง
ย่างเข้าสู่เดือน ต.ค.59 นางพาตีเมาะ สะดียามู อายุ 51 ปี เป็นสตรีมุสลิมคนแรกของประเทศไทยที่กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตำแหน่งสุดท้ายก่อนขึ้นรองฯผู้ว่า เป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดพัทลุง ด้วยความเป็นคนพื้นเพของ จ.ยะลา ร่ำเรียนอยู่ในภูมิลำเนา ก่อนเรียนต่อระดับอุดมศึกษาที่ จ.สงขลา และมาจบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ของนิด้า เจ้าตัวยืนยันถึงความท้าทายในตำแหน่งที่จะต้องขับเคลื่อนงานต่อไป

ถูกกดรับซื้อข้าวเปลือก-ผูกคอลาโลก
เมื่อข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาอีสานถูกกดราคารับซื้อจนตกต่ำในเดือน พ.ย.59 ชาวนาบางส่วนจำใจต้องขายข้าวเปลือกในราคาถูก กระทั่งมีชาวนาพิจิตร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เห็นหนี้สินลอยมาเพราะแปลงข้าวที่กำลังเก็บเกี่ยวไม่พอชดใช้ ก่อนเครียดหนักผูกคอตาย โดยมีภรรยาและคนแถวบ้านยืนยันถึงสาเหตุ และเจ็บช้ำน้ำใจอย่างหนักหลัง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ อ้างคนผูกคอเป็นเพียงช่างแอร์
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ออกมาตรการจำนำยุ้งฉางกับข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเหนียว หรือเรียกเป็นมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ที่ต่อมาครอบคลุมไปถึงข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมปทุมธานี

ตัดสินยืนจำคุกมือฆ่านายกอบจ.
เดือน ธ.ค.59 ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตตามศาลอุทธรณ์ “ครรชิต ทับสุวรรณ” อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ตกเป็นจำเลยในคดีฆ่าอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร อายุ 49 ปี เหตุฆ่าเกิดเมื่อ 25 ธ.ค. 2554 ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.บริเวณ กม.2 ตรงข้ามบิ๊กซีมหาชัย และให้ชดใช้ค่าสินไหมแก่ภรรยาและบุตรของผู้เสียชีวิต จำนวน 13,300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 12 พ.ย.57 ศาลจังหวัดสมุทรสาครตัดสินประหารชีวิตครรชิต