รองโฆษกสภาทนาย ยกคดี ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’จุดบอดกฎหมายชี้ควรเเก้ให้อัยการไปร่วมสอบเหมือนคดีของดีเอสไอ คอยคุมไม่ให้ใช้ช่องอายุความหลุดคดี ระบุป.ป.ช.มีเวลาทำถึง15ปี เเต่ส่งอัยการเหลือเวลาไม่ถึงเดือน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายวีรศักดิ์ โชติวานิช รองโฆษกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณี ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯภาค2 ออกหมายจับ นายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในคดีเมื่อครั้งดำรงตำเเหน่ง นายกเมืองพัทยา ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มารายงานตัวกับ พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 2ในวันนัดส่งฟ้องเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ข่าวการดำเนินคดีกับนายอิทธิพล กับพวกที่ไม่มารายงานตัวกับอัยการเพื่อฟ้องต่อศาล จนคดีจะขาดอายุความวันที่10 ก.ย.เป็นเรื่องฮือฮาที่มีการวิพากษ์ถึงการสอบสวนโดย ปปช. ว่าควรมีการปรับปรุงหรือไม่ ต้องย้อนไปดูว่า พนักงานสอบสวนคดีนี้คือ ปปช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 บัญญัติว่า ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่1 ปี ถึง 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 (2)บัญญัติไว้ว่าถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายใน 15ปี เป็นอันขาดอายุความเมื่อ ปปช.ยังไม่อาจนำตัวส่งทางอัยการ และอัยการยังไม่ได้ตัวมาฟ้องต่อศาล ก็ต้องพิจารณาถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6)สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อคดีขาดอายุความ เมื่อสิทธิการดำเนินคดีอาญาระงับไปแล้ว อัยการจึงไม่อาจนำคดีมาฟ้องได้อีก คดีนี้จะเห็นได้ว่า ปปช. มีเวลาทำสำนวนและเอาตัวผู้ต้องหามาส่งอัยการนานถึง15ปี แต่ความเป็นจริงกลับเพิ่งส่งสำนวนให้อัยการไม่ถึงเดือนก่อนจะขาดอายุความ เพราะเหตุใดปปช.ถึงทำสำนวนล่าช้าขนาดนี้
ซึ่งตรงนี้ต้องไปดู พ.รบ..ปปช.เรื่องการสอบสวนจะเห็นว่ามีความแต่งต่างกับ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ หรือ พ.ร.บ.ดีเอสไอ ตรงที่ปปช.สอบสวนได้เองโดยไม่ต้องมีอัยการเข้าร่วม แต่ดีเอสไอสอบสวนจะต้องมีอัยการเข้าร่วมดังนั้นสำนวนของดีเอสไอจะไม่มีปัญหาเรื่องขาดอายุความเพราะมีอัยการคอยกำกับอยู่ ถึงเวลาแล้วจะต้องกลับมาดูว่า ควรแก้ไขปรับปรุงวิธีการสอบสวนของปปช.ให้เหมือนดีเอสไอ สังคมและผู้มีอำนาจต้องช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ มิเช่นนั้น จะเกิดเหตุซ้ำซาก
“คดีนายอิทธิพลหนีจนขาดอายุความ ไม่ใช่คดีแรก แต่มีคดีพ่อ รมช.ศึกษาฯเกิดขึ้นมาก่อน”นายวีรศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค2 ที่ให้ ปปช.ไปขอหมายจับศาลใหม่โดย เล็งตีความกฎหมายปปช.ใหม่เรื่องไม่ให้นับอายุความ นายวีรศักดิ์ กล่าวว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคดีนายอิทธิพลหนีจนไม่ได้ตัวมาฟ้อง ยังไม่ถึงศาล เเต่เรื่องการไม่นับอายุความ อัยการต้องได้ตัวมาฟ้องศาลแล้วต่อมาได้ประกันตัวและหนีระหว่างได้ประกันตัว คดีตัวต้องอยู่ในอำนาจศาลแล้วเท่านั้น ในหมายจับคดี157 ก็จะมีเขียนอยู่ว่าให้จับกุมตัวมาได้จนถึงวันที่เท่าไหร่ เรื่องนี้ ปปช.ก็คงจะไปขอออกหมายจับใหม่ตามที่อัยการบอก เพื่อให้ศาลตีความถ้าตีความตามกฎหมาย ปปช.ใหม่ก็ออกหมายใหม่ เเต่ถ้าไม่ตีความใช้กฎหมายเดิมก็ยกคำร้องให้หมายจับเดิมมีผลถึงวันที่ 10 ก.ย.นี้ซึ่งครบ15ปี

