รวบแก๊งคอลอ้างเป็นกรมที่ดินหลอก ‘ประวีณมัย บ่ายคล้อย’ ติดตั้งเเอพพ์ดูดเงินสูญล้านบาท

7.09.23 | 16:13 น.

ตร.ไซเบอร์ รวบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็นกรมที่ดินหลอก ‘ประวีณมัย บ่ายคล้อย’ ติดตั้งเเอพพ์เงิน สูญล้านบาท เตือนมิจฉาชีพเนียน เลียนแอพพ์ราชการเหมือน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลย บช.สอท.) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 ร่วมกันแถลงจับกุมนายศิริเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี นางหน่อย (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี และนางยุวรัตน์ (สงวนนามสกุล) 34 ปี ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์และอ้างตัวว่าเป็นเจ้าพนักงาน และร่วมกันทุจริตโดยการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บิดเบือนอันทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและร่วมกันเข้าใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากคนร้ายโทรศัพท์ติดต่อมาที่ น.ส.ประวีณมัย บ่ายคล้อย ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 (ผู้เสียหาย) อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินและระบุให้โหลดแอพพลิเคชั่นอ้างว่าเป็นของกรมที่ดินเพื่อที่จะเสียภาษีที่ดินบ้านหลังปัจจุบันที่ผู้เสียหายพักอยู่ ตัวคนร้ายบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษีที่ดินประจำปีของผู้เสียหายได้อย่างถูกต้องทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดินจริง จึงโหลดแอพพ์ตามที่คนร้ายบอก จากนั้นดำเนินการยืนยันตัวตนคนร้ายจึงควบคุมบัญชีการเงินที่ผูกไว้กับแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ผู้เสียหายและถอนเงินออกจากแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์กว่า 1 ล้านบาทโดยผู้เสียหายไม่รู้ตัว โดยแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีและแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์กล่าวว่า พบผู้กระทำความผิด 5 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันในการเปิดบัญชีม้าและมีส่วนร่วมในการเข้าถึงระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ติดตามจับกุมได้ 3 ราย โดยทั้งหมดให้การซัดทอดไปถึงนายหน้าชาวไทยที่ทำหน้าที่พาบัญชีม้าเหล่านี้ข้ามชายแดนเพื่อไปเปิดบัญชีและสแกนใบหน้าจึงถือว่าผู้ต้องหาเหล่านี้ไม่ใช่บัญชีม้าธรรมดาแต่เป็นบัญชีม้าที่มีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดมาตั้งแต่ต้นรายละเอียดข้อมูลการสอบสวนและให้ปากคำยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 2 รายที่อยู่ในระหว่างการไล่ล่าตัวนั้นเป็นตัวการรายใหญ่และเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ ส่วนการสอบสวนเบื้องต้นไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้และไม่พบว่าข้อมูลหลุดจากระบบของกรมที่ดิน แต่กำลังตรวจสอบอยู่ว่าข้อมูลหลุดจากที่ไหนคาดว่าน่าจะหลุดจากระบบข้อมูลทั่วไปแต่ยังไม่เปิดเผยได้ในตอนนี้

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหายที่ต้องมาสูญเสียเงินและตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพเหล่านี้ รวมทั้งขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย โดยเฉพาะ สอท.1 ที่ติดตามสืบสวนสอบสวนคดีจนออกหมายจับผู้ต้องหาได้พร้อมทั้งเตือนประชาชนว่า ถือเป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มิจฉาชีพใช้แอพพลิเคชั่น ปลอมเป็นระบบของราชการซึ่งเนียนใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด รวมทั้งมีวิธีการหาข้อมูลของผู้เสียหายมาใช้หลอกลวงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อได้

Advertisement

ดังนั้นประชาชนจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก พบว่า บัญชีม้ากลุ่มขบวนการดังกล่าวไม่ใช่บัญชีม้าในคดีอื่นๆ ที่ถูกหลอกไปเปิดบัญชี แต่ขบวนการนี้บรรดาบัญชีม้าสมัครใจเปิดเอง โดยพบว่าจะมีตัวการพาข้ามชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสแกนใบหน้า เก็บเอาไว้สำหรับในการเปิดบัญชี นอกจากจะส่งมอบรหัสจะทำธุรกรรมให้กับตัวการใหญ่แล้ว ซึ่งวิธีการนี้นั้น ถือว่าผู้ต้องหากลุ่มบัญชีม้าเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด จึงจะมีโทษมากกว่าเปิดบัญชีม้าทั่วไปและเตือนว่าอย่าหลงเชื่อไปรับจ้างเปิดบัญชีม้าแม้จะได้ผลตอบแทนสูง เพราะมีอัตราโทษทางกฎหมายที่สูงมาก

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวว่า ขณะพบกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นติดต่อกับทางราชการ ซึ่งหลายขบวนการทำหน้าตาของแอพพลิเคชั่น หรือลิงก์เว็บไซต์ เหมือนจริงอย่างมาก เพื่อตบตาประชาชน จึงขอเตือนประชาชนว่าการติดต่อราชการไทยในปัจจุบันนั้นยังไม่มีวิธีการในลักษณะเชิญชวนให้กดลิงก์ หรือติดตั้งแอพพลิเคชั่น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและตรวจสอบกับทางหน่วยงานราชการต้นสังกัดที่ถูกอ้าง หรือติดต่อมายังสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441

ด้าน น.ส.ประวีณมัยกล่าวขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ที่ติดตามจับกุมบัญชีม้าได้และอยากจะขอเตือนประชาชนทุกคนว่า กลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีการหลอกลวงแบบแยบยล หากถูกหลอกในลักษณะแบบนี้ก็ให้เอ๊ะ สงสัยไว้ก่อน อย่าเพิ่งเชื่อง่ายๆ ตรวจสอบให้รู้ก่อนว่าเป็นหน่วยงานราชการที่ยืนยันได้จริงๆ และที่สำคัญคือไม่ประมาท จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ทุกวันนี้ก็ยังมีหลายคนที่เข้ามาพูดคุยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และส่วนตัวก็ไม่กล้าที่จะกดลิงก์แปลกปลอม หรือหลงเชื่ออะไรง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว จึงถือเป็นเรื่องที่ต้องเตือนใจเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน