บิ๊กก้อง ให้ความช่วยเหลือครอบตัว สารวัตรแบงค์ เต็มที่ รอง ผบช.ก.ชูเป็นตำรวจน้ำดี ชง บิ๊กเด่น โอนคดีให้กองปราบทำ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และการสวดพระอภิธรรม พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ที่ศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ ว่าบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของผู้ที่มาร่วมงาน
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. ให้สัมภาษณ์ว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มีการให้ความดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งในด้านของสิทธิประโยชน์และเรื่องส่วนตัว ในทางเบื้องต้นนั้น บช.ก. และเพื่อนพี่น้องตำรวจได้เข้าไปให้กำลังใจ ตอนที่ตนทำงานร่วมกับ พ.ต.ต.ศิวกรนั้นเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน เป็นคนหนุ่มไฟแรง เป็นนักกีฬาและมีน้ำใจ ถือว่าการสูญเสียครั้งนี้เป็นการสูญเสียบุคลากรน้ำดีไปอีกหนึ่งนาย เพราะเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน มีความขยัน คดีใหญ่ๆ ก็เคยผ่านมาแล้ว
พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ได้มีการสั่งการมาว่า พฤติการณ์ของคดีนี้เข้าข่ายที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ควรจะสืบสวนด้วยตนเอง และได้มีการเสนอเรื่องไปยัง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ โดยมีคำสั่งโอนสำนวนคดีดังกล่าวมาจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แล้ว ส่วนจะเป็นการตั้งในรูปแบบของคณะกรรมการร่วมกับในพื้นที่ของภาค 7 ด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณาของทุกฝ่ายก่อน ทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวน
โดยขณะนี้ตำรวจทราบรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเข้าไปร่วมงานที่บ้านของผู้ต้องหาแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการเรียกบุคคลที่อยู่ในงานทั้งหมดมาสอบปากคำ ส่วนเหตุว่าบุคคลต่างๆ เหล่านี้จะเข้าไปร่วมงานเนื่องจากสาเหตุอะไร ในส่วนนี้ต้องรอการสอบปากคำแต่ละคนก่อนว่าเหตุใดจึงไปร่วมงานในวันดังกล่าว
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดตำรวจที่อยู่ในงานเป็นจำนวนมากจึงไม่เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุในขณะนั้น เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวน หากบุคคลที่อยู่ในงานคนใดมีความเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน ส่วนรายละเอียดต่างๆ เป็นเรื่องในสำนวนคดีไม่สามารถเปิดเผยได้




ต่อมา เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ได้อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพ มายังศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร โดยมี พล.ต.ต.สุวัฒน์ เป็นประธานในพิธี

นายพิมพ์นารา ศุภจรัสพัฒน์ อายุ 45 ปี พี่ของ พ.ต.ต.ศิวกร เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนสู้ชีวิตจนได้รับราชการตำรวจ มีบุตร 1 คน เป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลเลี้ยงบุตรเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเป็นคนมีปณิธานแน่วแน่ในการรับราชการตำรวจ ได้มอบความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวตั้งแต่เรียนนายร้อยตำรวจจบ ให้เกียรติกับอาชีพตำรวจ เคยพูดว่าจะเป็นตำรวจน้ำดี ต่อให้จะเป็นเสี้ยนไปขวางทางอิทธิพลไหนก็จะทำ
ที่ผ่านมาเท่าที่ตนสัมผัสได้ น้องชายไม่เคยคิดจะใช้ระบบในการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งแบบก้าวกระโดด ส่วนเรื่องการทำงานน้องชายเป็นคนแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อย่างชัดเจน ทำให้ครอบครัวไม่รู้รายละเอียดในการทำงานอะไรเลย เพียงแค่เคยโทรศัพท์มาบอกว่าเหนื่อยเป็นบางครั้ง
ส่วนกรณีมีรายงานข่าวว่า มีตำรวจในงานหลายนายนั้น เหตุใดถึงไม่ช่วยน้องชายตัวเอง ทางนายพิมพ์นาราเปิดเผยว่า ทางครอบครัวยังไม่ได้รู้ลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมาถึงงานศพ แต่การที่น้องชายต้องเสียชีวิตในครั้งนี้ เขาเคยได้พูดกับครอบครัวว่าในการเป็นข้าราชการตำรวจ อยากให้ครอบครัวทำใจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางผู้บังคับบัญชาของน้องก็มาให้กำลังใจและพร้อมให้ความเป็นธรรม ส่วนทางครอบครัวภูมิใจที่น้องชายยึดมั่นในการเป็นตำรวจน้ำดี อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าประเทศไทยยังมีตำรวจน้ำดี แต่เกี่ยวกับเรื่องคดีความตอนนี้ ขอให้ขึ้นอยู่ก้บทางผู้ใหญ่ว่าจะจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร
ส่วนสิ่งที่อยากจะฝากถึงผู้ก่อเหตุที่ยังปฏิเสธอยู่ ส่วนหนึ่งก็ขอให้เป็นแรงกรรม และอีกส่วนขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย สุดท้ายยังฝากถึงกำนันนก หากต้องการที่จะขยับขยายช่วยเหลือวิ่งเต้นให้กับตำรวจคนใดคนหนึ่ง เชื่อว่าการที่ช่วยเหลือหนึ่งชีวิต และต้องมาทำร้ายอีกหนึ่งชีวิตที่เป็นเสาหลักให้ครอบครัว ทำให้หลายคนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย มองว่าไม่เป็นธรรม ยืนยันไม่กลัวอิทธิพล เนื่องจากน้องชายตัวเองยังไม่เกรงกลัว แล้วทำไมตนต้องกลัวด้วย

