‘ควาญช้าง’ โกอินเตอร์ ‘ซอฟต์เพาเวอร์’ ฉบับ ‘พท.’
ก่อนการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงผ่านนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ โดยประกาศว่าจะยกระดับทักษะคนไทยให้เป็นแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน สร้างรายได้อย่างน้อยครอบครัวละ 200,000 บาทต่อปี และสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง
จากข้อมูลเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย อธิบายความหมาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ ดังนี้
หนึ่ง ส่งเสริมผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ไทยไปทั่วโลกโดยเริ่มต้นจากการ “พัฒนาคน” (นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power)
หนึ่ง เฟ้นหาศักยภาพของคนไทยทุกครอบครัว อย่างน้อยครอบครัวละ 1 คน เพื่อนำมาส่งเสริมบ่มเพาะศักยภาพผ่าน “ศูนย์บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์” ที่จะมีในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงระดับประเทศ
หนึ่ง ให้ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะสร้างสรรค์ของตัวเองในทุกด้าน ไม่ว่าทักษะด้านการทำอาหาร ร้องเพลง ออกแบบ ศิลปะ กีฬา และอื่นๆ โดย “ไม่เสียค่าใช้จ่าย” เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน ที่มีรายได้อย่างน้อย 200,000 บาทต่อปี
หนึ่ง สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง เพื่อรองรับแรงงานทักษะสูง และสนับสนุนทุกอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ ผ่านการปลดปล่อยเสรีภาพ ปลดล็อกกฎหมาย ทลายทุกอุปสรรค สนับสนุนเงินทุน ขยายการส่งออกผ่านนโยบายต่างประเทศ
หนึ่ง ใช้เครื่องมือชื่อว่า “THACCA” (Thailand Creative Content Agency) ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและงบประมาณที่เพียงพอทำหน้าที่สร้างระบบนิเวศทั้งหมดเพื่อสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
นั่นคือ “หนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟต์เพาเวอร์” ที่จะเริ่มจากครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุด และได้รับการส่งเสริมไปยังอาชีพที่ถนัด ก่อนสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้เข้าประเทศ
ขณะนี้มีหลายหน่วยงานขานรับแล้ว แต่ 1 ในซอฟต์เพาเวอร์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งในรูปแบบ ประเด็น และตัวของรูปแบบซอฟต์เพาเวอร์นั่นก็คืออาชีพ “ควาญช้าง”
ภายใต้การดำเนินงานและส่งเสริมโดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) น.ส.วรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการ สบค. เผยว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ซึ่งในขณะนี้มีอยู่ 318 แห่งในทุกภูมิภาค มีผู้ตรวจประเมินองค์กร จำนวน 1,547 คน สามารถผลักดันให้กำลังแรงงานของประเทศได้รับคุณวุฒิวิชาชีพแล้วถึง 177,012 คน ให้สามารถพัฒนาองค์กรไปเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ฝึกอบรมในหลักสูตรที่สอดคล้องตามมาตรฐานอาชีพ โดยมีสถาบันให้การรับรองหลักสูตรนั้นๆ จนท้ายที่สุดกำลังแรงงานที่อยู่ในทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากระบบคุณวุฒิวิชาชีพอย่างสูงสุด ปัจจุบันสถาบันได้ให้คุณวุฒิวิชาชีพแก่กำลังคนไปแล้วกว่า 43,950 คน
“อาชีพล่าสุดที่กำลังพูดถึงและเป็นประเด็นที่จะส่งเสริมและผลักดันให้มีการรับรู้และการเข้าถึงแก่คนที่สนใจและเกี่ยวข้องคืออาชีพการเป็นควาญช้าง”
น.ส.วรชนาธิปกล่าวว่า ความสำคัญอันโดดเด่นของอาชีพควาญช้างก็คือปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ จะเข้ามาแทนที่ไม่ได้ การที่ สบค.เข้าไปรับรองวิชาชีพดังกล่าวนี้เป็นการรับรองความสามารถ ความเชี่ยวชาญครั้งแรกของโลก ซึ่งจะถือเป็นหนึ่งในซอฟต์เพาเวอร์ของไทยในการถ่ายทอดประเพณีวัฒธรรมการเลี้ยงช้างที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ
ปัจจุบันพบว่าทั่วประเทศมีควาญช้างอยู่ประมาณ 10,000 คน แบ่งเป็น เจ้าของปางช้างเอง และคนที่ทำงานอยู่ในปางช้างนั้นๆ โดยกระจายอยู่ใน 250 แห่ง 22 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี นครปฐม เพชรบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน สุโขทัย นครราชสีมา สุรินทร์ ชลบุรี ตราด สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา และกระบี่ นอกจากนี้ ยังมีในหน่วยงานของรัฐและเอกชน เช่น องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สถาบันคชบาล เป็นต้น
“เวลานี้มีควาญช้างที่สถาบันได้มีการอบรม ทดสอบในทุกด้าน และสอบผ่านตามเกณฑ์ไปแล้ว จำนวน 20 คน ถือเป็น 20 คนนำร่อง และกำลังจะมีการอบรมต่อไปอีก ซึ่งคาดว่าจะทำให้ได้มากที่สุด” รองผู้อำนวยการ สคช.กล่าว
สำหรับเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับคุณวุฒิวิชาชีพควาญช้างนั้น สถาบันทำมาตรฐานเอาไว้ตั้งแต่ระดับ 2-5
ระดับ 2 จะต้องมีทักษะทำความสะอาดช้าง อาบน้ำให้ช้างได้ ตรวจดูผิวหนัง สภาพทั่วไปว่ามีร่องรอยบาดเจ็บ มีแผล และสิ่งผิดปกติอะไรบ้าง มีทักษะการจัดเตรียมอาหาร ให้น้ำช้างได้ และจะต้องมีประสบการณ์ในการดูแลช้างไม่น้อยกว่า 1 ปี
ระดับ 3 ต้องมีทักษะที่เพิ่มขึ้นมา คือสามารถควบคุมช้างให้ทำตามคำสั่ง พูดกับช้างรู้เรื่อง ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการดูแลช้างได้ ต้องมีประสบการณ์ในการดูแลช้างไม่ต่ำกว่า 2 ปี
ระดับ 4 ต้องมีทักษะในการฝึกและคุมช้างบนพื้นที่ที่จะไปด้วยกัน หรือแสดงท่าทางเพื่อสื่อสารกับช้างได้ในระยะสายตาได้ มีทักษะการควบคุมบนคอช้างได้ ควบคุมบังคับช้างได้อย่างปลอดภัย ควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของช้าง ตลอดจนสามารถดูแลรักษาพยาบาลช้างก่อนนำส่งสถานพยาบาลได้ และต้องมีประสบการณ์ในการดูแลช้างไม่น้อยกว่า 3 ปี
ระดับ 5 จะต้องมีความรู้เรื่องภูมิปัญญา การดูช้างที่เป็นลักษณะมงคลและช้างอัปมงคลได้ สามารถประกอบพิธีกรรมในท้องถิ่น หรือที่เรียกว่าศาสตร์คชลักษณ์ เช่น การประกอบพิธีทำขวัญช้าง สามารถใช้สมุนไพรซึ่งเป็นศาสตร์ทางเลือกในการดูแลรักษาช้างได้
สำหรับผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการในการทดสอบนั้นได้ร่วมกับสถาบันคชบาล องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง รูปแบบการทดสอบนั้นจะมีการสัมภาษณ์และภาคการปฏิบัติ
“เพื่อทำให้ซอฟต์เพาเวอร์เรื่องนี้เป็นผลได้โดยเร็ว เราวางแผนทำเรื่องนี้กันทั้งปี เพราะเห็นผลประโยชน์ในระยะยาว เรากำลังจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะเกิดความมั่นใจ รู้สึกปลอดภัย ขณะที่ตัวควาญช้างเองจะมีความภาคภูมิใจ สร้างโอกาสทางเลือกในชีวิตและอาชีพตัวเองได้มากยิ่งขึ้น” น.ส.วรชนาธิปกล่าว
รองผู้อำนวยการ สคช.กล่าวด้วยว่า ยิ่งไปกว่านี้ เวลานี้ในต่างประเทศหลายประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรปต่างก็มีความต้องการให้ควาญช้างโดยเฉพาะควาญช้างไทยไปทำงานดูแลช้างในประเทศของเขาด้วย เพราะขณะนี้ควาญช้างไทยขึ้นชื่อว่ามีความสามารถ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
“ขณะนี้พบว่ามีควาญช้างชาวไทยไปทำงานดูแลช้างในประเทศเดนมาร์ก สวีเดน ออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่นแล้วจำนวนหนึ่ง โดยในประเทศญี่ปุ่นเองนั้นได้กำหนดเอาไว้ว่า อาชีพควาญช้างเป็น 1 ใน 12 อาชีพแรงงานมีฝีมือที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีความต้องการจากแรงงานต่างชาติอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ผ่านการรับรองจาก สบค.ย่อมจะมีโอกาสได้รับความเชื่อถือสำหรับความก้าวหน้าในอาชีพมากยิ่งขึ้น” น.ส.วรชนาธิปกล่าว
ในวันที่ผ่านมา อาชีพควาญช้างหลายๆ คนอาจจะมองข้ามเลยไปว่าจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรในภาพใหญ่ภาพรวมของประเทศได้
แต่ในวันนี้ พวกเขากำลังจะเป็นอีก 1 ซอฟต์เพาเวอร์ ที่จะเป็นอนาคต สร้างความหวังให้ครอบครัว ให้สังคม และประเทศชาติ

