หน้าแรก ในประเทศ หลายจังหวัดพา...

หลายจังหวัดพาเหรดสรุปยอด “7 วัน อันตราย” ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น เร่งถกแผนรับมือสงกรานต์

5.01.17 | 15:40 น.

วันที่ 5 มกราคม 2559 หลังพ้น 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา หลายจังหวัดได้ประชุมสรุปจำนวนการเกิดอุบัติเหตุทั้งบาดเจ็บ-เสียชีวิต และผู้กระทำความผิดตามกฎจราจรตลอดเทศกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป

จังหวัดเพชรบูรณ์ 

ศูนย์ปฎิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในห้วง 7 วันอันตราย รายงานยอดสะสมการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2560 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวน 50 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 5 คน แยกเป็นชาย 4 คนและหญิง 1 คน ผู้บาดเจ็บ 55 คน แยกเป็นชาย 35 คน หญิง 20 คน ยานพาหนะถูกเรียกตรวจ จำนวน 82,227 คัน และถูกดำเนินคดีตาม 10 มาตรการจำนวน 4,662 ราย ได้แก่ 1.ไม่สวมหมวกนิรภัย 1,592 ราย 2.มอเตอร์ไซต์ไม่ปลอดภัย 332 ราย 3.เมาสุรา 139 ราย 4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 496 ราย 5.ไม่มีใบขับขี่ 1,558 ราย 6.ขับรถเร็วเกินกำหนด 119 ราย 7.ฝ่าสัญญาณไฟจราจร 89 ราย 8.ขับรถย้อนศร 189 ราย 9.แซงในที่คับขัน 5 ราย 10.โทรศัพท์ขณะขับรถ 50 ราย

201701051254183-20021028190322

รายงานระบุว่า หลังการเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถปิ๊กอัพจนมีผู้เสียชีวิต 25 ศพ กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมใช้มาตรการจัดระเบียบรถบริการสาธารณะทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายรวมถึงนักท่องเที่ยว ได้ตั้งข้อสังเกตุถึงรถบริการท่องเที่ยวที่ให้บริการนำนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวชมตามแหล่งท่องเที่ยวอาทิ เขาค้อ ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า ภูลมโล ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีจำนวนมากขึ้น แต่เนื่องจากเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่นำมาดัดแปลงเป็นรถเช่า ซึ่งเป็นการใช้รถผิดประเภท ควรมีการจัดระเบียบเพื่อให้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น

Advertisement

201701051254182-20021028190322

 

จังหวัดตราด

ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลปีใหม่  2560 จังหวัดตราด  นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้เปิดประชุมเพื่อสรุปยอดช่วง 7 วันอันตราย โดยนายฐิตินันท์ อุดมสุข  หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตราด  สรุปในที่ประชุมว่า  จากการณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 58  คน  เป็นหญิง 20  คน  เป็นชาย 38  คน  เสียชีวิต 8 ราย (เป็นหญิง 4 ชาย 4)   รวมอุบัติเหตุเกิด 52  ครั้ง  โดยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจาก  การขับรถเร็วเกินกำหนด  เมาแล้วขับ  โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงประกอบด้วย ไม่สวมหมวกนิรภัย  เมาสุรา  ขับรถเร็วเกินกำหนด ส่วนรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถมอเตอร์ไซค์  และเกิดบนถนนของกรมทางหลวงมากที่สุด และส่วนใหญ่เป็นเส้นทางตรง  ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ  หลังเที่ยงคืน ถึง 04.00  น.  และ 12.00-16.00  น.  นอกจากนี้ช่วงอายุของการเกิดอุบัติเหตุ  อายุ 50 ปีขึ้นไปเกิดมากที่สุด   รองลงคือ  15-19  ปี
201701051243521-20160608155606
ส่วนมาตรการเมาแล้วขับได้ดำเนินการยึดรถตามคำสั่ง คสช.จำนวน 22  คัน  และมีสถิติการใช้บริการการใช้บริการของศูนย์อาชีวะอาสา จำนวน 383  คัน  โดยที่ทางศูนย์ฯ  ได้ดำเนินมาตรการ 10 มาตรการในรอบ 7 วัน ประกอบด้วย   การเรียกตรวจจำนวน 39,217  ครั้ง   ถูกดำเนินคดี 2,477  และมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจ  3,766  คน
โดยมาตรการที่มีการดำเนินการสูงสุดและถูกดำเนินคดีประกอบด้วย  ไม่มีใบขับขี่  1,127  ราย   ไม่สวมหมวกนิรภัย 665  ไม่ขาดเข็มขัดนิรภัย   308   ขับรถเร็วเกิดกำหนด 128 ราย
นายชาญนะ   กล่าวว่า   ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางจังหวัดจำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเห็นการแก้ปัญหาอุบัติเหตุอย่างได้ผล โดยจังหวัดตราดเป็นที่น่าเสียใจว่าสถิติการเสียชีวิตในปี 2559  มีเพียง 3  ราย   แต่ในปี 2560  เพิ่มขึ้นเป็น 8  คน   หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 300  %  โดย 3 ราย ขับขี่โดยประมาท   อีก 5 ราย มาจากเมาแล้วขับ ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการคือแก้กฎหมายจราจรด้วยการเพิ่มโทษผู้เมาแล้วขับ  จากเดิมเพิ่มขึ้น  โทษจำคุก 1 ปี และยึดรถ  พร้อมยึดใบอนุญาตขับขี่ 1 เดือน ส่วนเมาแล้วขับและชนจนได้รับบาดเจ็บ โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นปรับ 20,000  ถึง 100,000  บาท   และพักใบขับขี่ 1 ปี  จำคุก 2-6  ปี   ถ้าเมาแล้วขับแล้วชนคนตาย  จำคุก 3-10  ปี  ปรับ 60,000-200,000  บาท และห้ามขับรถอีกต่อไป  โดยที่จังหวัดตราดจะต้องใช้มาตรการนี้ตลอดทั้งปี ไม่ดำเนินการเฉพาะช่วงรณรงค์อีกต่อไป  ส่วนโทษของการแข่งรถจะจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000  บาท
จังหวัดขอนแก่น

นายพงษ์ศักดิ์  ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รอง ผวจ.ขอนแก่น นายวิโรจน์  วิริยะจันทร์ขนส่งจังหวัดขอนแก่น  นายสมคิด  คงสมของ หน.ปภ.สนง.ขอนแก่น พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมการรณรงค์ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เป็นวันสุดท้าย พร้อมกับร่วมกันปิดฯและแถลงผลการการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุเพื่อความเข้มข้นตั้งแต่เดือนนี้จนถึงสงกรานต์ตามนโยบายของรัฐบาล ณ ห้องดอกคูน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยสรุปผลการดำเนินงานรณรงค์ฯ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2559 ถึง 4 ม.ค. 2560 (รวม 7 วัน) มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 65 ครั้ง บาดเจ็บ 64 คน มีผู้เสียชีวิต 11 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับ 1 เมาสุรา รองลงมาไม่สวมหมวกนิรภัย ทัศนวิสัยไม่ดี ตัดหน้ากระชั้นชิด ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถย้อนศร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย และอื่นๆ

201701051309021-20090317131953

 

 

จังหวัดยโสธร

ที่ห้องประชุมหมอนขิต ศาลากลางจ.ยโสธร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายวีระวัฒน์ วงศ์ว่องไว รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร  น.ส.เพ็ญศรี เจริญสุทธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร และหัวหน้าส่วนราชการ  แถลงข่าวผลปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2559 – 4 ม.ค.2560 โดยสรุปข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย พบว่า จังหวัดยโสธรเกิดอุบัติเหตุ 17 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 3 คน และผู้บาดเจ็บ 16 คน สาเหตุและพฤติกรรมเสียงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับเร็วเกินกำหนด ตามลำดับ ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ ประเภทถนนที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ถนนกรมทางหลวง ถนนในอบต.หมู่บ้าน ถนนกรมทางหลวงชนบท ตามลำดับ และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง คือ 14.00 – 23.00 น. เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ซึ่งมีอุบัติเหตุ 11  ครั้ง ผู้เสียชีวิต 4 คน และผู้บาทเจ็บ 7 คน จะเห็นว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 อัตราการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 6 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 54.55 ผู้เสียชีวิตลดลง 1 คน คิดเป็นร้อยละ 25 และผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 9 คน คิดเป็นร้อยละ 128.57

201701051417401-20160902155937
“จากผลการเรียกตรวจยานพาหนะและผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรการหลัก 10 มาตรการในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 มีการเรียกตรวจ 168,141 คัน ผู้ถูกดำเนินคดี 9,202 คนเมื่อเปรียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ซึ่งมีการเรียกตรวจ 161,801 คัน ผู้ถูกดำเนินคดี 8,127 คน จึงสรุปว่าปีใหม่ 2560 มีจำนวนเรียกตรวจลดลง คิดเป็นร้อยละ 3.77 และจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีลดลง  คิดเป็นร้อยละ 11.68” นายบุญธรรม กล่าว
นายบุญธรรม กล่าวต่ออีกว่ามาตรการทั้ง 10 มาตรการ ที่มีผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ (34.94%) แซงในที่คับขัน (16.45%) ขับย้อนศร (15.66%) และมาตรการที่มีผู้ถูกดำเนินคดีลดลงสูงสุด ได้แก่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (31.23%) ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (21.83%) ความเร็วเกินกำหนด (17.57%) ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ของจังหวัดยโสธรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รถจักยานยนต์ขับล้มเอง สาเหตุมาจาก เมาสุรา เป็นอันดับแรก ดังนั้นต้องมีการเข้มงวดกวดขัน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ให้มากยิ่งขึ้นอีก เพิ่มมาตรการตรวจจับผู้ขับขี่ยานพาหนะกรณีเมาแล้วขับ เพื่อไม่ให้ออกมาขับขี่บนท้องถนน ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ต้องร่วมกันดำเนินคดีการตามมาตรการและแนวทางต่างๆที่กำหนดไว้ ถึงแม้จะมีการเกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมาแต่ก็ถือว่าทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือและได้ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยได้ถือเป้าหมายหลักสำคัญ คือ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรก จากการปฏิบัติงานในช่วง 7 วันนี้
จังหวัดหนองคาย
ที่ห้องประชุมปฏิบัติการ POC ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เป็นวัน 7 ของการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย พร้อมปิดการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการ
201701051419163-20041020104302

โดยหนองคายสรุปยอดอุบัติเหตุทางถนน 7 วัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 16 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 13 ราย และมีผู้เสียชีวิต 6 ราย ยึดรถ 32 คัน เรียกตรวจรถ 30,075 คัน ถูกดำเนินคดี 2,552 คน สูงสุดคือไม่มีใบขับขี่ 1,128 คนคิดเป็นร้อยละ 44.20 รองลงมาคือไม่สวมหมวกนิรภัย 542 คน คิดเป็นร้อยละ 21.24 และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 306 คน คิดเป็นร้อยละ 11.99 ซึ่งจังหวัดหนองคาย มีการตั้งจุดตรวจบนถนนสายหลักทั้ง 9 อำเภอ รวม 21 จุด/วัน มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมจุดตรวจ 902 คน/วัน

 

จังหวัดนครพนม

วันที่ 5 มกราคม 2560 ที่ห้องประชุมพระธาตุนคร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม หลังใหม่ นายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครพนมช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตามมาตรการต่างๆในพื้นที่ รอบวัน 7 วันที่ผ่านมา ตลอดจนปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขและวางแผนป้องกันในครั้งต่อไป ก่อนที่จะมีการปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครพนมช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560

201701051439172-20070327123839

โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดนครพนมนั้น มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งสิ้น 24 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 26 ราย และเสียชีวิต 6 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความประมาท มีพฤติกรรมเสี่ยงคือ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด รองลงมาคือเมาสุรา ส่วนมาตรการทางกฎหมายและมาตรการอื่นๆ ที่นำมาใช้ในการลดอุบัติเหตุนั้น มีการเรียกตรวจมากถึง 97,272 ราย พบผู้กระทำผิด 14,060 ราย ส่วนใหญ่จะไม่มีใบขับขี่ ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย โดยในพื้นที่จังหวัดนครพนม มี 4 อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ อำเภอเรณูนคร อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอนาทม และอำเภอวังยาง

นายประทีป กล่าวว่า จากสถิติจะเห็นได้ว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 นี้มีผู้กระทำความผิดมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 1,508 ราย แม้การเรียกตรวจจะน้อยกว่าก็ตาม โดยหลังจากนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะด้านวินัยจราจร รวมถึงการนำเอาแนวทางของอำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุมาปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ โดยให้มีนำเสนอสถิติการเกิดอุบัติเหตุและแนวทางในการแก้ไขในแต่ละเดือนในที่ประชุมประจำเดือนด้วย ส่วนมาตรการทางกฎหมายก็ขอให้มีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง จะสามารถลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างแน่นอน

 

จังหวัดสุรินทร์

นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แถลงปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จังหวัดสุรินทร์ พร้อมรายงานสรุป โดยสถิติสะสมรวม 7 วัน ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560  เกิดอุบัติเหตุทางถนน 71  ผู้บาดเจ็บ 79 คน เสียชีวิต 6 คน ปีใหม่ 2559 จำนวน 6 คน อำเภอที่มีผู้เสียชีวิต รวม 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอรัตนบุรี อำเภอสังขะ อำเภอสำโรงทาบ อำเภอกาบเชิง อำเภอท่าตูม และอำเภอพนมดงรัก อำเภอละ 1 ราย อำเภอที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ รวม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลำดวน และอำเภอเขวาสินรินทร์

201701051440501-20041019171656

จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 7 วัน พบว่าช่วงอายุที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ คือ 15-19 ปี คิดเป็นร้อยละ 20 ของผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนน พฤติกรรมเสี่ยงส่วนใหญ่ในการเกิดเหตุ คือ เมาสุรา คิดเป็นร้อยละ 45 ของผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนน ที่อยู่ประจำของผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่ คือ คนพื้นที่ตำบล คิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนน

ประเภทยานพานหะของผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่ คือ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 84 ของผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนน

ประเภทถนนของผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่ คือ ถนนใน อบต. /หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 38 ของผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนน

ช่วงเวลาของผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่ คือ 16.01-19.00 น. คิดเป็นร้อยละ 24 ของผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนน

การตั้งจุดตรวจหลัก จำนวน 34 จุด จุดบริการ/จุดตรวจรอง/ด่านชุมชน จำนวน 1,114 จุด ในพื้นที่ 17 อำเภอ มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ในจุดตรวจหลักเฉลี่ยวันละ 1,489 คน

สรุปการเรียกตรวจยานพาหนะชนิดต่างๆ จำนวน 102,492 คัน เปรียบเทียบกับปีใหม่ 2559 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 5 ผู้กระทำผิดข้อหาหลัก 10 ข้อหา จำนวน 42,660 ราย การกระผิดสูงสุด คือ ไม่มีใบขับขี่ รองลงมา ไม่สวมหมวกนิรภัย

อายุที่ถูกดำเนินคดีสูงสุด ได้แก่ ช่วงอายุ 20-24 ปี จำนวน 10,813 ราย รองลงมา ช่วงอายุ 15-19 ปี จำนวน 10,813ราย อาชีพที่ถูกดำเนินคดีสูงสุดได้แก่ นักเรียน/นักศึกษา จำนวน 13,376 ราย รองลงมาอาชีพเกษตรกร จำนวน 10,826 ราย

 

จังหวัดกาฬสินธุ์

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายมงคล อดทน รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จังหวัดกาฬสินธุ์ และคณะกรรมการชุดสืบสวนสอบสวนอุบัติเหตุ ร่วมกันสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย โดยในพื้นที่ 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ มีการตั้งจุดตรวจหลัก 33 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 826 คน จุดตรวจรอง 157 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 2,312 คน และด่านชุมชนอีก 914 ด่าน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 5,919 คน เรียกตรวจยานพาหนะตามมาตรการ 10 รสขม.บวก 4 มาตรการ คือฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร แซงในที่ขับขัน และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถรวม 95,581 คัน ถูกดำเนินคดี 6,714 คน ทั้งนี้ช่วง 7 วันอันตรายเกิดอุบัติเหตุรวม 52 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 59 คน และมีผู้เสียชีวิต 9 คน โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ เมาสุรา และขับรถเร็ว ซึ่งถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ถนน อบต.ชุมชน และยึดรถที่กระทำความผิดข้อหาเมาสุราขณะขับรถ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.รวมทั้งหมด 152 คัน

201701051502352-20041021173804

 

นายณัฐภัทร กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ครั้งนี้ แม้จะเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบจากปีที่แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกคนได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทั้งการณรงค์ป้องกันในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งเสียสละวันหยุดมาปฏิบัติหน้าที่บริการให้กับประชาชนตลอดทั้ง 7 วัน 7 คืน ซึ่งสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุนั้นยังคงเป็นการเมาสุราแล้วขับรถ และขับรถเร็วจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จังหวัดกาฬสินธุ์มีผู้เสียชีวิตถึง 6 คน เนื่องจากวันดังกล่าวเกิดฝนตกถนนลื่นจึงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

201701051502356-20041021173804

นอกจากนี้ นายณัฐภัทรกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมยังพบปัญหาการตั้งด่านชุมชนหลายอย่าง ดังนั้นจึงได้กำชับให้คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน นำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 52 ครั้ง มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและวางแนวทางการป้องกันไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์จะต้องเร่งดำเนินการใน 4 มาตรการ ทั้งด้านคน ด้านถนน ด้านยานพาหนะ และด้านสภาพสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด่านตรวจชุมชน ซึ่งจะต้องมีการตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้เมาสุราห้ามขับรถขึ้นทุกหมู่บ้าน เพื่อป้องกันและลดอุบัติทางถนน ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์ประชาชนให้น้อยที่สุด