หมอเด็ก เตือน หน้าฝน RSV ระบาดหนัก วอนรัฐออกนโยบายป้องกันจริงจัง
เมื่อวันที่ 9 กันยายน นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์โรค RSV ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค RSV ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดเนื่องจากยังไม่ได้มีการเก็บสถิติการระบาดอย่างชัดเจนและเป็นแบบแผน
นพ.จิรรุจน์ กล่าวต่อว่า แต่ได้มีการสอบถามไปยังสถานการณ์ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งทั้งรัฐและเอกชนทราบว่าในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนพบว่ามีการระบาดของโรค RSV เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งเตียงผู้ป่วยเต็มเนื่องจากมีผู้ป่วยทั้ง ไข้หวัดใหญ่และ RSV
นพ.จิรรุจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มีผู้ป่วย RSV แอดมิดเข้ามาเกือบทุกวันๆละ 2-3 ราย รวมไปถึงส่งต่อมาจากโรงพยาบาลจากต่างอำเภอก็มี โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่จะมีอาการรุนแรงจนต้องต่อท่อช่วยหายใจและเข้ารับการรักษาในห้อง ICU ซี่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย RSV ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่มีอาการไอ จาม มีน้ำมูกเหมือนเป็นไข้หวัดทั่วไป ซึ่งเชื้อไวรัสจะเข้าไปสู่ปอดจนทำให้ปอดอักเสบ ปวดบวม หลอดลมฝอยอักเสบจนไปสู่อาการระบบการหายใจล้มเหลว ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงจะเป็นเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี

นพ.จิรรุจน์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรค RSV เกิดการระบาดนั่นก็คือการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค RSV ของผู้ปกครอง เนื่องจากอาการของโรคจะเหมือนกับการเป็นไข้หวัดทั่วไป อีกทั้งในช่วงฤดูฝนนั้นการระบาดของโรค RSV จะระบาดได้ง่ายกว่าช่วงฤดูอื่น นอกจากนี้อุปกรณ์ในการตรวจหาเชื้อ RSV นั้นยังไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งทำให้เข้าถึงระบบการตรวจหาโรค RSV จึงทำได้ค่อนข้างยาก
นพ.จิรรุจน์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งมาตรการป้องกันภายในโรงเรียนนั้น ยังทำให้ไม่ค่อยดีพอ ไม่สามารถคัดกรองเด็กที่ป่วยติดเชื้อ RSV ออกมาได้ส่งผลทำให้ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนจึงมีเด็กที่ป่วยเป็นโรค RSV ค่อนข้างเยอะ จึงอยากฝากไปยังผู้ปกครองให้เฝ้าสังเกตุอาการบุตรหลานของตนอย่างใกล้ชิดหากพบว่ามีอาการ ไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อย หอบ ควรให้หยุดโรงเรียนและไปหาหมอเพื่อตรวจหาโรค รวมไปถึงการรักษามาตรการต่างๆภายในบ้านซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับช่วงโควิดระบาด คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ และควรใส่หน้ากากอนามัยให้กับลูกที่ป่วยหรือควรแยกกักตัวหลีกเลี่ยงการสัมผัสเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
นพ.จิรรุจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของโรงเรียนอยากให้นำมาตรการในช่วงที่โควิดระบาดกลับมาใช้อีกครั้งเนื่องจากบางโรงเรียนนั้นได้ผ่อนคลายมาตรการหลังโรคโควิด-19 นั้น ถูกประกาศเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้ว นอกจากนี้ยังอยากฝากไปยังรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอยากให้มีนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันโรค RSV อย่างจริงจังเหมือนกับไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 รวมไปถึงกระทรวงหรือหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กอยากให้ช่วยบูรณาการการทำงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค RSV


