หน้าแรก ในประเทศ สกู๊ป น.1 : เ...

สกู๊ป น.1 : เสียงเชียร์-เสียงเตือน มองบิ๊กโปรเจ็กต์ สะพานข้ามเกาะสมุย

10.09.23 | 05:50 น.

สกู๊ป น.1 : เสียงเชียร์-เสียงเตือน มองบิ๊กโปรเจ็กต์ สะพานข้ามเกาะสมุย

 

เมื่อกล่าวถึง เกาะสมุย ตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทย ห่างจาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปทางทิศตะวันออก ระยะทาง 84 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 2.6 ล้านคนต่อปี ถูกขนานนามว่าเป็น สวรรค์กลางอ่าวไทย อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวที่โดดเด่น สวยงาม และเสน่ห์ที่ชวนหลงใหญ่ อาทิ น้ำทะเลใส หาดทรายขาวทอดขนานไปกับทิวต้นมะพร้าวริมชายหาด และน้ำตกที่น้ำใสเย็นเกือบทั้งปี

ปัจจุบันเดินทางได้เพียงทางอากาศและทางน้ำ มีทั้งข้อจำกัดด้านปริมาณและจำนวนเที่ยวในการให้บริการ ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง และกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องเดินทางมายัง จ.สุราษฎร์ธานี หรือนครศรีธรรมราช ไม่สามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะหน้ามรสุมไม่สามารถเดินทางด้วยเรือ

ดังนั้น ไอเดียที่จะตั้งสะพานจากแผ่นดินเชื่อมข้ามเกาะสมุย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ได้อย่างดี รวมถึงส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว

Advertisement

ปัจจุบันการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเพื่อดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ที่ผ่านมาจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 ใน 3 พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 8 สิงหาคม กำหนดไว้คร่าวๆ ว่า จะดึงเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุน มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 24 เดือน คาดจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี 2571 และเปิดให้บริการปลายปี 2573

คราวนี้ลองฟังความเห็นส่วนหนึ่งของคนสมุยที่ทั้งเห็นด้วยและมีเหตุผลแจกแจงที่น่าสนใจ

“วิรัช พงศ์ฉบับนภา” หรือ โกฉุย เจ้าของโรงแรมพาวิลเลี่ยน สมุย วิลล่า แอนด์รีสอร์ท ให้ความเห็นว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบคิด ชอบถ่ายรูป เวลาไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เกาหลี ไต้หวัน อังกฤษ และไปเห็นสะพานลอยข้ามถนนมีการออกแบบที่ดี ร้านค้าอยู่ด้านข้างทางเดินตรงกลาง ไปนั่งดื่มกาแฟรู้สึกว่าดี

จากแนวคิดสะพานลอยข้ามถนนนี้ ก็นำมาคิดว่าอุปสรรคเกาะสมุย เวลาเดินทางแสนยากลำบาก ใช้เวลานาน ค่าโดยสารที่แพง จึงมีแนวคิดว่าเกาะสมุยจะต้องทำสะพานข้ามเกาะสมุย พอไปค้นหาข้อมูลก็ทราบว่าต่างประเทศก็มีสะพานข้ามทะเลระยะทางยาวเช่นกัน อย่างที่ประเทศจีนระยะทางยาว 58 กิโลเมตร ปีนังในประเทศมาเลเซีย มี 2 สะพาน สะพานแรก ระยะทางยาว 28 กิโลเมตร สะพานที่สอง ระยะทางยาว 23 กิโลเมตร ก็เลยนำแนวคิดนี้มาออกแบบสะพานเกาะสมุยแบบศิลปะ ให้เป็นจุดท่องเที่ยว จุดพักผ่อน และแหล่งช้อปปิ้ง

“สะพานเชื่อมเกาะสมุยจะเป็นตัวช่วยในการขายท่องเที่ยวของเกาะสมุย และยังกระจายการท่องเที่ยวไปยัง อ.ขนอม อ.เขาพลายดำ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช อีกด้วย จะสร้างภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนภาคใต้ได้รับผลประโยชน์หมด สำหรับการออกแบบสะพานที่ดี ก็จะสามารถบริหารจัดการได้ หัวสะพาน-ท้ายสะพาน ต้องมีจุดจอดรถจุดพักรถในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด ทำช่องทางจักรยานสำหรับนักปั่น การลงทุนทำสะพานแล้วต้องคิดการใหญ่ๆ อย่าไปทำเล็กๆ ต้องสามารถทำประโยชน์ได้รอบด้าน” โกฉุยกล่าว

ขณะที่มุมมองต่างออกไป “เสนีย์ ภูวเศรษฐาวร” รองประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงสะพานข้ามเกาะสมุยที่จะมีขึ้นในอนาคตว่า การท่องเที่ยวเกาะสมุยเริ่มเข้าสู่ปกติแล้ว เราพยายามไปทำตลาดท่องเที่ยวเพิ่มทั้งทางเอเชียและยุโรป อยากให้ทางรัฐบาลสนับสนุนให้เข้มแข็งขึ้น การเดินทางเข้าออกสู่เกาะสมุยสามารถเดินทางได้ทั้งทางเรือ และเครื่องบิน แต่ปัจจุบันเที่ยวบินเริ่มไม่พอในช่วงไฮซีซั่น อยากให้สายการบิน หรือรัฐบาลเข้ามาดูแลปัญหานี้ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ร้อยละ 80-90 จะเดินทางด้วยเครื่องบิน ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยที่นำรถยนต์มาก็สามารถจองคิวลงเรือได้ หรือนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักไว้แล้วไม่ได้นำรถยนต์มา ก็สามารถลงเรือได้และมีรถมารับส่งไปที่โรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย

“แต่ก็อยากให้ศึกษาให้ดี ปัจจุบันถนนสายรอบเกาะสมุยมีระยะทาง 50 กิโลเมตร แบบมี 2 ช่องทาง และ 4 ช่องทาง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่จอดรถทั้งสองข้าง ชั่วโมงเร่งรัด หรือช่วงมีงานกิจกรรม หรือถนนคนเดิน ก็จะพบปัญหารถติดยาวเหยียด เป็นปัญหาสำคัญ ปัจจุบันรถยนต์บนเกาะสมุยมีกว่า 1 หมื่นคัน รถจักรยานยนต์ 4-5 หมื่นคัน ประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 70,000 คน ประชากรแฝงเกือบ 100,000 คน ปัจจุบันรถเริ่มจะติดรอบเกาะแล้ว ถ้าเกิดสร้างสะพานจะปล่อยให้รถทุกชนิด เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถบัส 2 ชั้น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าออกได้สะดวก ก็จะเพิ่มปริมาณรถมากขึ้นเมื่อเทียบกับถนน 50 กิโลเมตร คงไม่สามารถรองรับได้ และที่มีคนบอกว่าทำถนนเพิ่มอีก 1 สาย ผมถามว่าจะทำได้จากที่ไหน จะต้องพักภูเขาเพื่อสร้างถนนรอบเกาะ หรือถมทะเลเพื่อทำถนน น่าจะเป็นการทำลายการท่องเที่ยว ทำลายธรรมชาติมากกว่า”

เสนีย์กล่าวอีกว่า ที่สำคัญเกาะสมุยได้ประกาศเป็น “สมุยกรีนไอร์แลนด์” อยากให้เป็นเกาะสะอาด ลดมลภาวะ มีต้นไม้ มีธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่อยากให้สร้างคาร์บอนเครดิต ถ้ามีรถเพิ่มมากขึ้นก็จะสร้างมลพิษ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นมากมาย ต้องคิดกันให้ดี ฝากถึงทางรัฐบาล ถ้ามีการสร้างสะพานจริงๆ งบประมาณก่อสร้างกว่า 50,000 ล้านบาท รัฐบาลจะต้องมาดูเรื่องถนนรอบเกาะขยายให้กว้างขึ้น ถนนสายรองต้องปรับปรุงหรือทำเพิ่มขึ้น ระบบระบายน้ำ ไฟแสงสว่าง และปัญหาขาดแคลนน้ำประปาที่ไม่ไหลจากฝนทิ้งช่วงมานานผู้ประกอบการมีความเดือดร้อนมาก ก็อยากให้ทางรัฐบาลดูแลเรื่องนี้ด้วย

ส่วน “รัชชพร พูลสวัสดิ์” นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า กระแสสะพานเชื่อมเกาะสมุยที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเดินหน้าโครงการ เบื้องต้นต้องมีการศึกษากันก่อน หากมองเรื่องของภาคการท่องเที่ยว เรามีการเดินทางที่ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีสะพาน สิ่งที่ต้องแก้ไขคือเรื่องของการคมนาคมภายในเกาะ การบริหารจัดการการจราจร ต้องมีการลงทุนการเพิ่มงบประมาณการขยายถนนเพื่อให้รองรับการมีสะพาน ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะมีการสร้างสะพานได้เลย

“การสร้างสะพานการคมนาคมเป็นเรื่องที่ดีต่อการท่องเที่ยวอยู่แล้ว การเดินทางสะดวกขึ้น ระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ สามารถมาได้ง่ายขึ้น แต่เราต้องมาดูการบริหารจัดการพื้นที่ในการรองรับการมีสะพานไม่ว่าจะเป็นถนนรอบเกาะ ที่จอดรถ ค่าผ่านทางว่ามีความเหมาะสม ราคาเท่าไร การบริหารขยะ สิ่งแวดล้อม ต้องมีงบประมาณมาบริหารโครงสร้างลงทุนก่อนที่จะมีสะพานได้”

นั่นคือ หลากความคิดของคนสมุยที่ผู้รับผิดชอบโครงการควรรับฟังไว้เช่นกัน