หน้าแรก ในประเทศ พระองค์สิริวั...

พระองค์สิริวัณณวรีฯ โปรดให้สำนักพระราชวังแจกเข็มกลัดโบว์สีดำแก่ปชช.

5.01.17 | 16:24 น.

เมื่อวันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานเข็มกลัดโบว์สีดำไว้ทุกข์ตรงกลางติดเหรียญบาท ด้านหลังปลายริบบิ้นติดป้ายสีขาวมีข้อความ “๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙” จำนวน 5,000 ชิ้น โดยโปรดให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณด้านหน้าประตูศรีสุนทร ในพระบรมมหาราชวัง สร้างความปลื้มปิติให้แก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

S__5275848

S__5275849

นางศิริมา บูชาวัง เดีรยช์ อายุ 61 ปี อาชีพผู้ช่วยพยาบาลจากประเทศออสเตรียมาพำนักที่บ้านน้องสาว น.ส.สุนทร บูชาวัง อายุ 54 ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนเดินทางโดยรถโดยสารมาตั้งแต่เวลา 05.00 น. และได้ขึ้นสักการะพระบรมศพเวลา 13.30 น.กล่าวว่า ตั้งรกรากและสร้างครอบครัวที่ประเทศออสเตรียมาหลายปี ทราบข่าวการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความตั้งใจอยากมากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก เมื่อได้ขึ้นไปกราบเบื้องหน้าพระบรมโกศรู้สึกปลาบปลื้มและตื้นตันใจ จนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ก่อนเดินทางกลับเดือนมีนาคมนี้ อยากจะมากราบสักการะอีกสักครั้ง

“เสียดายไม่เคยชื่นชมพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 เลยสักครั้ง แต่ยังมีบุญวาสนาได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ประเทศออสเตรีย ครั้งนั้นเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์และทางสถานทูตได้แจ้งคนไทยในต่างแดนได้มาเฝ้าฯ รับเสด็จ พระองค์มีรับสั่งถามถึงสารทุกข์สุกดิบกับประชาชนอย่างไม่ถือพระองค์เลย ส่วนสามีเป็นชาวออสเตรียรักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และทำแต่สิ่งดีๆ ให้กับประชาชน ซึ่งเขารู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนพบรักกับตัวเองอีก นับได้ว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่คนต่างชาติทั่วโลกยกย่อง” นางศิริมากล่าว

Advertisement
ศิริมา (ขวา)
ศิริมา บูชาวัง เดีรยช์ (ขวา)

นางคำแพง ปุ่นทอง อายุ 62 ปี ชาวจ.เชียงราย เดินทางมาพร้อมลูกพี่ลูกน้อง นางสปัน ทัศนพยัคฆ์ อายุ 68 ปี พร้อมด้วยเพื่อนชาวต่างชาติจากประเทศอังกฤษ นายเควิน บิ๊กช๊อบ อายุ 67 ปี เปิดเผยพร้อมน้ำตาพร้อมยกมือไหว้ หลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ว่า เป็นบุญจริงๆ ที่ได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในใจนึกถึงพระองค์ตลอดเวลา เมื่อเห็นพระบรมโกศน้ำตาก็ไหลทันที บอกไม่ถูกว่าทำไม เป็นความรู้สึกที่คนไทยเหมือนกันจะเข้าใจดี โดยเพื่อนต่างชาติที่มาด้วยกันเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวานนี้ เพราะอยากเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ ทั้งนี้ เมื่อมาถึงบริเวณสนามหลวงได้เดินแล้วเกิดหกล้ม มีอาการปวดสะโพก เดินไม่ไหว จึงต้องนั่งรถเข็น โดยบอกว่าเขาเข้าใจความรู้สึกคนไทยดี และเขาก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน

คำแพง
คำแพง ปุ่นทอง (กลาง)

ด้าน นางสปัน กล่าวว่า ตนเป็นคนเชียงราย ได้พาเพื่อนต่างชาติไปท่องเที่ยวที่ดอยช้าง จ.เชียงราย ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้ขึ้นไปง่ายๆ แบบสมัยนี้ แต่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยภูเขา ที่แม้ว่าบางคนยังไม่มีเสื้อใส่ หรือพูดคนละภาษา แต่พระองค์ก็ไม่เคยทอดทิ้ง ช่วยเหลือจนทำให้พวกเขามีอาชีพ อยู่กับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข ประเทศไทยโชคดีจริงๆ ที่มีพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์

นางหน่องริด ศรีพรรัตนไตร ชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง อายุ 42 ปี ต.แม่โถ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ทาง อบต.ห้วยฮ่อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้คัดเลือกตัวแทนแต่ละหมู่บ้านมีทั้งชาวเขาเผ่าต่างๆ อาทิ กะเหรี่ยง มูเซอ ไทใหญ่ และคนพื้นเมือง กว่า 700 คน เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพในวันนี้ สำหรับหมู่บ้านตนได้เดินทางมา 3 คน รู้สึกซาบซึ้งใจมาก ที่ประเทศไทยของเรามีพระมหากษัตริย์ที่ใจดีและเต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อชาวไทยภูเขา พระองค์ทรงสอนให้เราพอเพียง ให้มีกินไว้ก่อน ที่เหลือจึงนำไปขาย ปัจจุบันตนมีอาชีพปลูกข้าวไร่และปลูกผักเลี้ยงครอบครัว

หน่องริด(ขวาสุด
หน่องริด ศรีพรรัตนไตร (ขวาสุด)

นางจิตรนภา แสงสุภาภัทจำนง อายุ 47 ปี แพทย์ประจำ ต.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านเพื่อมาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ทรงเป็นห่วงประชาชนตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ซึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ที่ อ.บ้านสร้าง และอีกหลายแห่ง มีนักเรียน นักศึกษา และชาวบ้านทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เข้าไปศึกษาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ ทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการห้วยโสมง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ปราจีนบุรี เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และป้องกันน้ำเค็ม ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลดีให้กับประชาชนใน จ.ปราจีนบุรีเท่านั้น ใน จ.สระแก้ว และ จ.นครนายก ที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้รับผลดีจากโครงการนี้ด้วย

จิตรนภา(คนที่2 จากขวา)
จิตรนภา แสงสุภาภัทจำนง (คนที่2 จากขวา)