หน้าแรก ในประเทศ ปิดจ๊อบ! รื้อ...

ปิดจ๊อบ! รื้อรีสอร์ตภูทับเบิก ที่สุดท้ายเจ้าของลงมือเอง จ่อชงคำสั่ง คสช.กระชับเวลา

5.01.17 | 18:35 น.

 

วันที่ 5 มกราคม ความคืบหน้ากรณีการรื้อถอนรีสอร์ตภูนับดาว บนภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ซึ่งเป็นรายล่าสุด หลังครบกำหนดคำสั่งรื้อถอนเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยทางเจ้าของผู้ประกอบการยินยอมรื้อถอนเอง และเริ่มลงมือรื้อถอนมาตั้งแต่เมื่อวันนี้ 2 มกราคมเป็นต้นมา ซึ่งล่าสุดนายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า กล่าวว่า ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบครั้งล่าสุดพบว่า ทางเจ้าของผู้ประกอบการเร่งทำการรื้อถอนจนเกือบเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงโครงสร้างเล็กน้อยกับการจัดเก็บเศษวัสดุจากการรื้อถอนและเคลียร์สถานที่ โดยเป็นไปตามข้อตกลงที่ทางผู้ประกอบการขอผ่อนปรนไว้ เนื่องจากไม่ต้องการให้คณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการรื้อถอนให้แทน ซึ่งคาดว่าวันนี้ทุกอย่างคงจบและสามารถปิดจ็อบการรื้อถอนรีสอร์ตรายนี้ได้เหมือนๆกับในรายก่อนหน้านี้

นายสมลักษณ์กล่าวว่า สำหรับในส่วนของ 15 รีสอร์ตที่เหลือในกลุ่ม 2 นี้ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำตัดสินพิพากษาของศาล หากรายไหนมีคำตัดสินแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการปิดคำสั่งให้รื้อถอนเอง โดยใช้อำนาจตามคำสั่ง หน.คสช.35/59 โดยทันที ส่วนรีสอร์ตในรายที่ชื่อตกหล่นการสำรวจ ก็คงจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฎิบัติการตามมาตรการแก้ไขการครอบครองและใช้ประโยชน์ป่าภูทับเบิกเพื่อขอความชัดเจนอีกครั้งว่า จะมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะให้ใช้คำสั่ง หน.คสช.ฉบับดังกล่าวทำการปิดประกาศแจ้งให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของทำการรื้อถอนเลยหรือไม่

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า สำหรับ 15 รีสอร์ตในกลุ่ม 2 ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาและอีก 14 รีสอร์ตในกลุ่ม 3 ที่นายทุนเป็นคนนอกพื้นที่ โดยในจำนวนนี้มีบางส่วนที่เพิ่งถูกจับกุมดำเนินคดี รวมทั้งอีก 50 รีสอร์ตกลุ่ม 3 ซึ่งเจ้าของเป็นคนในพื้นที่ ขณะนี้รอความชัดเจนว่าจากคณะกรรมการศูนย์ปฎิบัติการฯ ซึ่งมีนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจ.เพชรบูรณ์ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฯจะมีแนวทางต่อไปอย่างไร เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตุว่าหากยังเดินตามแนวทางเดิมโดยรอจบขบวนการยุติธรรม หรือรอร่างแผนแม่บทประกาศใช้อาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานจนเกินไป จึงมีหลายฝ่ายซึ่งเห็นสอดคล้องควรเสนอให้ใช้คำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ควบคู่ไปด้วยเพื่อกระชับเวลาให้สั้นลง เนื่องจากมีการกำชับจากฝ่ายความมั่นคงในระดับนโยบายให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง