บิ๊กโจ๊ก เสียใจการจากไปผกก.เบิ้ม ไม่มีใครได้ประโยชน์มีแต่เศร้าใจ ลุยกิ่งก้านสาขาธุรกิจ”กำนันนก”

12.09.23 | 13:26 น.

บิ๊กโจ๊ก เสียใจการจากไปผกก.เบิ้ม ไม่มีใครได้ประโยชน์มีแต่เศร้าใจ ลุยกิ่งก้านสาขาธุรกิจ”กำนันนก”

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กันยายน ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีสังหาร พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ที่ถูก “หน่อง ท่าผา” นายธนัญชัย หมั่นมาก ลูกน้องของ “กำนันนก” นายประวีณ จันทร์ คล้าย ยิงเสียชีวิตในงานเลี้ยงที่บ้านของกำนันนกต่อหน้านายตำรวจที่มาร่วมงานเลี้ยงอีก 27 คน ทำให้มีการเรียกสอบนายตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมด จากกรณีดังกล่าวทำให้ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ต.ศิวกร เกิดความเครียด ยิงตัวเองเสียชีวิต ว่าหลังจากออกหมายจับตำรวจไป 6 นาย ได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับพลเรือนอีก 5 คน ในส่วนของลูกน้องกำนันนกที่เอาเซิร์ฟเวอร์ไปทิ้งน้ำ เอาปืนไปซ่อน และร่วมกันทำลายพยานหลักฐานเก็บกวาดที่เกิดเหตุ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เมื่อวานจนถึงขณะนี้ยังคงสอบพยานเพิ่มเติมอยู่ โดยในที่เกิดเหตุมีตำรวจอยู่ทั้งหมด 28 นาย มีพลเรือน 27 คน ในที่เกิดเหตุจบแล้วว่ามีคนแค่นี้ การสืบสวนมีความก้าวหน้าไปมาก การสอบสวนยังต้องรอผลการกู้เซิร์ฟเวอร์ เพื่อจะพิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง และในการออกหมายจับเพิ่มจะมีอีกแน่นอน ความคืบหน้าคงชัดเจนขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 และวันเสาร์ที่ 16 ก.ย.นี้ ในส่วนของการขยายผลเร่งตรวจสอบเรื่องของการประมูลงาน หรือเว็บพนันต่างๆ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ภายใน 2-3 วัน จะทำงานอย่างรวดเร็ว

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนของการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.วชิรา จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะนี้ยังรอผลตรวจจากนิติเวช โรงพยาบาลภูมิพล ว่าการเสียชีวิตเกิดจากการฆ่าตัวตายอย่างไร โดยผู้ให้คำตอบคือนักนิติวิทยาศาสตร์ และแพทย์นิติเวช ส่วนประเด็น พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท 1 ในตำรวจที่ร่วมงานเลี้ยงบ้านกำนันนกพูดข่มขู่สื่อมวลชน ประเด็นนี้อาจเกิดจากความเครียดของเขา หากนักข่าวติดใจขอให้แจ้งความร้องทุกข์กับตนได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การสอบสวนที่ผ่านมาหลายวันตำรวจทุกนายยังไม่ได้ให้การตามความเป็นจริง ตนเห็นว่าวันนี้ตำรวจต้องรักตำรวจ การที่ลูกน้องถูกยิงตาย แต่ผู้บังคับบัญชากลับไม่ให้การตามความจริง มิหนำซ้ำยังปกป้องช่วยเหลือคนร้ายอีก แบบนี้แย่เต็มที ตนดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายที่ฆ่าตำรวจ และคนที่ใช้ให้ยิงตำรวจ ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุควรต้องมีจิตสำนึกและให้การที่เป็นประโยชน์โดยที่ไม่ต้องให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนต้องทำงานเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไร เพราะความจริงมีหนึ่งเดียว เดี๋ยวผลออกมาก็จะรู้ ส่วนใครจะเครียดหรือไม่เครียดเป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องลงไปดูแล โดยมีโรงพยาบาลตำรวจ มีนิติจิตเวชคอยดูแลอยู่แล้ว

Advertisement

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า วันนี้ตำรวจตายไป 1 ยิงตัวตายไปอีก 1 ถามว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร เพราะมันเกิดจากตำรวจไปเป็นไม้ค้ำยันให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ นอกจากไม่ช่วยตำรวจ ยังพาคนร้ายหลบหนี แบบนี้ถือว่ารับไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงสัญญาณมือถือของ ผกก.เบิ้ม ที่ไปอยู่แถวบางนาได้อย่างไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ส่วนปลอกกระสุนอยู่ในตัวโรบอตทำความสะอาดจะต้องทำการตรวจพิสูจน์รวมถึงการตั้งเวลาของตัวโรบอต กำลังตรวจสอบกับทางบริษัทเจ้าของโรบอตดังกล่าว ตรวจพิสูจน์ถึงร่องรอยการยิง ท่าทางการยิง วันนี้คงได้การรายงานจากทางนิติเวชทั้งหมด โดยส่วนตัวมองว่า ผกก.เบิ้ม อาจมีความเครียด เพราะจากการที่สอบปากคำของพนักงานสอบสวนเขามีอาการเครียด โดยชุดสืบสวนกำลังไล่ประเด็นข้อพิรุธสงสัยต่างๆ ทั้งหมดว่ามือถือไปอยู่ที่บางนาได้อย่างไร ส่วนการเสียชีวิตของ ผกก.เบิ้ม ไม่มีใครที่ได้ประโยชน์ มีแต่เรื่องที่ทำให้รู้สึกเศร้าใจ ผกก.เบิ้ม เป็นเพียงหนึ่งในพยานเท่านั้น ตนก็รู้สึกเสียใจ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความกดดันในการทำคดี มีแค่ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ชัดเจนและเด็ดขาด ในคดีนี้ต้องเดินหน้าไปจนสิ้นสุด มีการขยายผลไปถึงกิ่งก้านสาขาของกำนันนก ตรงกรอบว่ามีธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ มีการฮั้วประมูลหรือไม่ เสียภาษีอากรถูกต้องหรือไม่ เพื่อนำไปสู่เรื่องการฟอกเงินและยึดทรัพย์ ไม่ได้หยุดแค่เรื่องการยิง พ.ต.ต.ศิวกรเท่านั้น ตั้งแต่ตนทำคดียังไม่มีใครมาขอคดีตนสักคน เพราะตนทำแบบตรงไปตรงมา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินทราบแล้วว่ามีการโอนเงินไปให้ใครบ้าง แต่เป็นรายละเอียดอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ จากนี้ไปจะเดินหน้าทำคดีให้เสร็จสิ้น และขอยืนยันว่าผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือกำนันนกตัวจริง ไม่ใช่มีการสวมตัวตามที่ในสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กัน ตนเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่เขารู้อยู่แล้วว่ากำนันนกทำอะไรอยู่ แต่ไม่มีใครอยากไปยุ่ง เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน บ้านเมืองมีขื่อ มีแป ต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย เมื่อวานได้โทรศัพท์กับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย วางเป้าหมายทำงานร่วมกับท่าน เพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพลต่อไป