สตม.ยกระบบแจ้งที่พักคนต่างด้าว รับนโยบายกระตุ้นท่องเที่ยวรัฐบาล พร้อมใช้ 15ก.ย.นี้

12.09.23 | 17:37 น.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. ได้แถลงกรณีที่ สตม.ได้พัฒนาระบบการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวที่มีประสิทธิภาพรับรองตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่จะเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ และการเปิดฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนชั่วคราวตั้งแต่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์กล่าวว่า ระบบการแจ้งที่พักอาศัยคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 เป็นหน้าที่ของเจ้าบ้าน, เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมที่รับคนต่างด้าว เข้าพักอาศัยต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมง ตามแบบฟอร์ม ตม. 30 สามารถแจ้งได้สามวิธีคือแจ้งด้วยตนเอง, แเจ้งทางไปรษณีย์และแจ้งทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ www.immigration.go.th ซึ่งการแจ้งผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เริ่มใช้งานมาตั้งเเต่ปี 2555 และเป็นความคาดหวังของบรรดาเจ้าของบ้าน, ผู้ประกอบการ ที่มีคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยอยู่ จะใช้ประโยชน์การแจ้งที่พักออนไลน์แทนการแจ้งด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์

อย่างไรก็ตาม ตนได้ให้นโยบายทีมงานศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง เร่งพัฒนายกระดับระบบการแจ้งที่อยู่คนต่างด้าวให้คล่องตัวสะดวกต่อเจ้าบ้าน และผู้ประกอบการที่พักยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นความร่วมมือในการแจ้งที่พักคนต่างด้าวให้รวดเร็ว ครบถ้วนมากกว่าเดิม โดยล่าสุดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้มีการพัฒนาระบบการเเจ้งที่พักคนต่างด้าวออนไลน์ใหม่ และจะเริ่มให้บริการ 15 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

สำหรับระบบใหม่นั้นจะเพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่เจ้าบ้าน ผู้ประกอบการ และช่วยลดภาระงานเจ้าหน้าที่ ตม.ให้รวดเร็วคล่องตัวแม่นยำมากขึ้น ที่สำคัญ ได้เเก่
1.บัญชีผู้ประกอบการโรงแรมมีกิจการหลายสาขาสามารถใช้บัญชีที่ลงบัญชีเดียวแต่แจ้งได้ทุกสาขาไม่ต้องแยกบัญชี
2.สามารถแจ้งผ่านอุปกรณ์ได้หลายรูปแบบทั้ง pc, talent หรืออุปกรณ์สื่อสารเป็นอื่นที่เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
3.ปรับเงื่อนไขการลงรายการข้อมูล โดยยกเลิกข้อมูลที่ซ้ำซ้อนข้อมูลที่ไม่มีความจำเป็น
4.สามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากจากระบบของโรงแรมขนาดใหญ่สู่ระบบแจ้งที่พักตามรูปแบบที่ สตม. กำหนดขึ้น
5.การอนุมัติบัญชีใช้งานด้วยระบบ ai อัตโนมัติ ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกและความรวดเร็วขึ้นเจ้าหน้าที่ ตม. สมารถตรวจสอบข้อมูลลงทะเบียนได้
6.ปรับปรุงระบบยืนยันการลงทะเบียนผ่าน e-mail โดยจะมีอีเมล์ตอบกลับยืนยันการลงทะเบียนตลอดจนมีระบบรายงานผลการแจ้งที่พักให้เจ้าบ้านผู้ประกอบการทราบทางอีเมล์ทุกครั้ง
7.ผู้เเจ้งสามารถสืบค้นตรวจสอบข้อมูลการแจ้งที่พักของตนย้อนหลังได้
8.ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการแจ้งที่พัก

อีกทั้งยังฝากถึงชาวบ้านและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งมีห้องพักไม่ถึง 30 ห้องและผู้ประกอบการขนาดกลาง ซึ่งมีห้องพักตั้งแต่สาม 10 ห้องขึ้นไปแต่ไม่ถึง 100 ห้อง ที่ยังมีการหลีกเลี่ยงการแจ้งที่พักจำนวนมาก ขอให้ร่วมมือกับการแจ้งที่พักออนไลน์ ซึ่งนอกจากจะทำงานได้ง่ายขึ้นแล้วยังจะเป็นการปฏิบัติตามกฏหมายซึ่งจะมีบทลงโทษปรับไม่เกินตายละ 1,600 บาท สำหรับเจ้าบ้านและปรับไม่เกินรายละ 8,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมด้วย

Advertisement