ดีเอสไอ เรียก 65 บริษัท พันธุรกิจกำนัน คาใจซื้อซองแต่ไม่ยื่นประมูล แฉที่เกิดเหตุยิง สว.แบงค์ มี 55 ตำรวจ-พลเรือนร่วมงานเลี้ยง
เมื่อวันที่ 12 กันยายน จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรถูกลูกน้องเสี่ยรับเหมายิงเสียชีวิตในงานเลี้ยงโต๊ะจีน โดยมีตำรวจอีก 25 นาย อยู่ในที่เกิดเหตุ ถูกวิจารณ์ว่าไม่เข้าควบคุมเหตุที่เกิดขึ้น กลับมีตำรวจบางนายช่วยพาคนร้ายหลบหนี และร่วมทำลายพยานหลักฐาน โดย พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกนายหน่อง หรือนายธนัญชัย หมั่นมาก อายุ 45 ปี คนร้ายยิงเสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ถูกยิงบาดเจ็บ 1 นัด ขณะร่วมงานเลี้ยงบ้านกำนันนก หรือนายประวีณ จันทร์คล้าย กำนันตำบลตาก้อง จ.นครปฐม เหตุเกิดช่วงกลางคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา
ต่อมากำนันนกเข้ามอบตัวสู้คดีและถูกตั้ง 2 ข้อหา ถูกนำตัวฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ขณะที่นายหน่องลูกน้องคนสนิท ต่อสู้กับตำรวจก่อนถูกวิสามัญฯ ที่ จ.กาญจนบุรี ส่วนหลักฐานเซิร์ฟเวอร์ 2 ตัว ของกล้องวงจรปิดในบ้านถูกนำไปทิ้งน้ำสามารถงมเจอและกู้ข้อมูลกลับมาได้ ต่อมา พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ต.ศิวกร ที่อยู่ในงานเลี้ยงวันเกิดเหตุมีความเครียดจึงยิงตัวตายที่บ้านพักย่านคูคต จ.ปทุมธานี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังสอบพยานเพิ่มเติมอยู่ โดยที่เกิดเหตุจากเดิมมีตำรวจอยู่ 26 นาย จากการสืบสวนพบว่ามีเพิ่มอีก 2 นาย รวมทั้งหมด 28 นาย ขณะที่พลเรือนจากเดิม 10 คน เพิ่มมาอีก 17 คน เป็น 27 คน ทั้งนี้ การสืบสวนมีความก้าวหน้า การสอบสวนยังต้องรอผลการกู้เซิร์ฟเวอร์เพื่อจะพิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีกับใครบ้างและออกหมายจับเพิ่มมีอีกแน่นอน คงชัดเจนขึ้นวันที่ 15-16 กันยายนนี้ ในส่วนการขยายผลเร่งตรวจสอบเรื่องการประมูลงานและเว็บพนันต่างๆ ดำเนินการอยู่จะทำงานอย่างรวดเร็ว คดีนี้ต้องเดินหน้าไปจนสิ้นสุด มีการขยายผลไปถึงกิ่งก้านสาขาของกำนันนก ตรวจสอบว่ามีธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ มีการฮั้วประมูลหรือไม่ เสียภาษีอากรถูกต้องหรือไม่ เพื่อนำไปสู่เรื่องการฟอกเงินและยึดทรัพย์ ไม่ได้หยุดแค่เรื่องการยิง พ.ต.ต.ศิวกรเท่านั้น ตั้งแต่ทำคดียังไม่มีใครมาขอคดีสักคนเพราะทำแบบตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินทราบแล้วว่ามีการโอนเงินไปให้ใครบ้าง แต่เป็นรายละเอียดอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้
ด้าน ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบบริษัท 2 แห่ง คือ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด โดยมีนายประวีณ เป็นกรรมการบริษัท อาจเข้าข่ายฮั้วประมูลโครงการของรัฐว่า ได้ออกหมายเรียกพยานแก่ 65 บริษัท เพื่อให้ทยอยเข้าให้ข้อมูลชี้แจงในห้วงวันที่ 18-20 กันยายน ซึ่งบริษัททั้งหมดนี้เคยมีการยื่นซื้อซองใน 2 โครงการ ได้แก่ การประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 (ปีงบประมาณ 2564) และการประกวดราคาจ้างเหมาทำการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม ต.ลำลูกบัว (ปีงบประมาณ 2560) แต่ไม่เข้าร่วมในขั้นตอนการประมูล e-bidding ซึ่งเป็นพฤติการณ์ต้องสงสัย หลังจากนั้นดีเอสไอจึงจะเข้าไปตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัททั้ง 65 แห่ง รวมถึงในการสอบปากคำบริษัทเหล่านี้ในฐานะพยาน จะถามผู้ยื่นซื้อซองว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับการประมูลเหล่านี้ได้อย่างไร มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร และระหว่างนั้นเคยถูกข่มขู่คุกคาม บังคับขู่เข็ญไม่ให้เข้ามาในวันประมูล e-bidding หรือไม่

