ปลัดสธ. แง้มตั้ง “กรมทันตกรรม” ดูแลช่องปากคนไทย รพ.หนองคาย นำร่องยกระดับศูนย์ทันตกรรม มีหมอฟัน 11 คน! รับวอล์กอินได้ทุกวัน

13.09.23 | 13:12 น.

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่โรงพยาบาลหนองคาย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการยกระดับงานทันตกรรมเพื่อดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชน ว่า จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าประชาชนมีความต้องการ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ 2.คือการยกระดับบริการทั้งหมด และ 3.การบริการทันตกรรม ที่ผ่านมา สธ.มีกิจกรรมดูแลด้านทันตสาธารณสุข ส่งเสริมป้องกันรักษาโรคทางช่องปาก ประมาณ 10 ล้านครั้งต่อปี ซึ่งยังน้อย ถ้าเทียบกับสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ อย่างน้อยต้องมีตรวจสุขภาพช่องปากปีละ 2 ครั้ง ขูดหินปูนปีละ 2 ครั้ง จะเห็นได้ว่าคนไทยได้รับบริการยังไม่ถึง 10% อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่าภาพรวมของระบบมีทันตแพทย์ประมาณ 8,000 คน แต่สิ่งที่เรายังขาด คือผู้ช่วยทันตแพทย์ ทันตาภิบาล และห้องทำฟัน ซึ่งปัญหาเกิดจากหลายอย่างซ้อนกัน ทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านทันตกรรม การกำหนดอัตราบุคคลากร การกำหนดจุดวางและจุดเชื่อมต่อทันตกรรม เลยกลับมาเป็นแนวคิดว่า ถ้าเราเปลี่ยนงานทันตกรรม เป็นงานดูแลรักษาของหมอ เพราะทันตแพทย์ก็คือหมอฟัน ก็ควรให้เขาได้ใช้ศักยภาพในการบริหารจัดการตรงนี้อย่างเต็มที่ คงไม่มีใครรู้ดีกว่าทันตแพทย์“จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่จะพัฒนาเป็น รพ.ทันตกรรม เพื่อให้ทันตแพทย์ดูแลประชาชนในงานที่ทันตแพทย์ต้องการได้เอง ผมเชื่อว่าจะสามารถยกระดับบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้ 2 เท่า ภายใน 3-5 ปี เป็นต้น อย่าง รพ.หนองคาย ก็เป็นตัวอย่างว่าสามารถจัดการขีดความสามารถได้ เป็นที่มาของนโยบายการให้มี รพ.ทันตกรรม ที่บริหารจัดการโดยกลุ่มทันตแพทย์และบุคลากร ซึ่งตอนนี้มี 30 กว่า รพ. ที่กำลังพัฒนาเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม สปสช. ที่รับผิดชอบเรื่องเงินจะต้องเข้ามาช่วยจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายในระบบกองทุนสุขภาพ ที่เห็นพ้องต้องกันว่าถ้าเราจะยกระดับการให้บริการประชาชนเข้าถึงจะต้องมีการเติมเงินเข้ามาในระบบ จึงสอดคล้องกัน ในปีถัดไปก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล รมว.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่จะให้มีการยกระดับการบริการประชาชน เป็น 30 บาทพลัส ทันตกรรมก็เป็นอีกงานที่จะยกระดับการให้บริการพี่น้องประชาชน ถ้าเราสามารถตั้ง รพ.ทันตกรรมอย่างน้อยในทุกจังหวัดได้ในปีหน้าก่อน ส่วนต่อไปถ้างานมันขยาย รวดเร็วกว้างขวางเกินกว่าที่ รพ.จะรับได้ก็ต้องพัฒนาขึ้นมาเป็น กรมทันตกรรม ที่จะต้องว่ากันในอนาคต” ปลัดสธ.กล่าว

ด้าน ทพญ.ชลลดา แดงสุวรรณ ทันตแพทยชำนาญการพิเศษ (เฉพาะทาง) ทันตกรรมประดิษฐ์ รองหัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรมศูนย์ทันตกรรม รพ.หนองคาย กล่าวว่า ตอนนี้ทาง รพ.หนองคาย ได้ใช้เงินบำรุงของ รพ. และเงินจากการบริจาคมาซื้ออุปกรณ์สำหรับงานทันตกรรมและปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นศูนย์ทันตกรรม รวม 12 เตียง ทั้งหมดเป็นห้องแยกความดันลบเหมือนในห้องผ่าตัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่างๆ เมื่อจะใช้ห้องก็ไม่จำเป็นต้องไปตรวจหาเชื้อไวรัส ทำให้ประหยัดเวลาขึ้น ต่อไปหากเกิดโรคระบาดก็จะสามารถทำหัตถการที่ฟุ้งกระจายต่อได้ เช่น ขูดหินปูน อุด และถอนฟัน อย่างไรก็ตาม หลังการปรับปรุงเป็นศูนย์ทันตกรรมแล้วก็สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น จากเดิมเฉลี่ยวันละ 70 คน ตอนนี้รองรับได้ถึง 90 คนจนถึง 100 กว่าคนต่อวัน ซึ่งเป็นผู้ป่วยจากทุกสิทธิ ด้านอัตรากำลังศูนย์ทันตกรรม รพ.หนองคาย มีบุคลากร 33 คน แบ่งเป็น ทันตแพทย์ทั่วไป 4 คน ทันตแพทย์เฉพาะทาง 7 คน นักวิชาการสาธารณสุขและทันตาภิบาล 4 คน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ อีก 18 คน“การยกระดับศูนย์ทันตกรรมเกิดขึ้นได้เพราะทาง รพ.หนองคาย มีความพร้อม เมื่อเปิดให้บริการก็ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ซึ่งปัญหาในการให้บริการขณะนี้คือคิวเฉพาะทางจะยาว เพราะทันตแพทย์เฉพาะทางยังมีจำนวนน้อย เช่น การครองรากฟัน ที่มีทันตแพทย์ 1 ท่าน ประกอบกับคนไข้มีความรู้ความเข้าใจในการเก็บฟันไว้มากขึ้น ไม่ตัดสินใจถอนแต่จะทำการครองรากฟันไว้ ทำให้มีคิวยาวขึ้น แต่ขณะนี้มีการคุยกันภายในระบบ รพ. เพื่อพัฒนาเขตสุขภาพที่ 8 ให้สามารถรองรับคิวผู้ป่วยครองรากฟัน โดยให้จองคิวจากส่วนกลาง รพ.ไหนคิวเร็วกว่าก็สามารถไป รพ.นั้นได้เลย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันงานทันตกรรมของ รพ.หนองคาย มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นมาก อย่างเช่นงานอุดฟัน หรือถอนฟัน เมื่อก่อนจะต้องนัดรอคิวเกือบเดือน แต่ตอนนี้เราสามารถรับวอล์กอินได้เลย นอกจากนั้น ผู้ป่วยยังสามารถจองคิวออนไลน์ได้ด้วย” ทพญ.ชลลดา กล่าว

ทพญ.ชลลดา กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทาง รพ.หนองคาย ก็สนับสนุนให้ทันตแพทย์ทั่วไป ไปเรียนต่อเฉพาะทางมากขึ้น เนื่องจากทางศูนย์ฯ ยังมีความต้องการทันตแพทย์เฉพาะทาง เช่น ทันตแพทย์ครองรากฟัน ทันตแพทย์ดูแลฟันสำหรับเด็ก อย่างไรก็ตาม แผนในอนาคตก็อยากขยายพื้นที่ศูนย์ฯ มากขึ้น เพื่อให้มีจำนวนห้องมากขึ้น รองรับทันตแพทย์ที่กำลังไปศึกษาเฉพาะทางต่อแล้วกลับมาทำงานในศูนย์ฯ ซึ่งตอนนี้เรามีโครงการให้ทันตแพทย์จากศูนย์ฯ ไปทำงานใน รพ.สต. และโครงการทำฟันปลอมถอดได้ให้กับประชาชนพื้นที่ห่างไกลด้วย