แก่งกระจาน แจงความจริงหลังถูกนักท่องเที่ยวโพสต์โจมตี ชี้ไม่มีการทำลายเต็นท์ ปรับแล้วดื่มแอลกอฮอล์

6.01.17 | 11:28 น.

เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยกรณีมีการแชร์กันในโลกของสังคมออนไลน์เรื่องแชร์ประสบการณ์ยอดแย่กับการนอนกางเต็นท์บนอุทยานแห่งชาติ ในเวปไซด์แห่งหนึ่ง ว่ามีการดื่มกินสุรา เปิดเพลงเสียงดังจนเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่มาห้ามปรามไม่ฟัง ขึ้นไปพะเนินทุ่ง แต่ตอนเช้าเก็บเต็นท์ไม่ทันทิ้งไว้ตอนเช้าเชือกขาด ถูกถุยน้ำลาย มีรอยไหม้บุหรี่ ว่า การแชร์ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ทั้งนี้ ตนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคู่กรณี คือ นายสมชัย บุญรัตนานนท์ ที่ถูกกล่าวหาว่าโดยนายสมชัย ได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมยืนยันถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่า ทางพวกของตนได้มีการดื่มแอลกอฮอล์จริงในบริเวณอุทยานฯ แก่งกระจานและเจ้าหน้าที่ได้มีการตักเตือนและสั่งห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขอให้งดใช้เสียงในวันที่เกิดเหตุรวมถึงได้มีการเปรียบเทียบปรับ แต่ภาพที่ปรากฎออกมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้น ว่า ตนและพวกมีการทำลายเต็นท์ของนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น ยืนยันว่าตนและพวกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายเต็นท์แต่อย่างใด และในขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวถ่ายภาพบรรยากาศเต็นท์หลังดังกล่าวไว้ และมีการตั้งข้อสังเกตว่านักท่องเที่ยวที่ทำการเผยแพร่ทางเว็ปไซต์นั้น เป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยในเวลาต่อมามีการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ไปแล้ว

แก่งกระจาน

หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีการกล่าวหาอุทยานฯ นั้นจึงไม่เป็นความจริง อุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวในอุทยาน โดยจัดเจ้าหน้าที่ ประจำจุดบริการ ในวันเกิดเหตุเข้าระงับเหตุ ข้อพิพาท ระหว่างคู่กรณีทั้งสองและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเหตุจนเช้า ทำการเปรียบเทียบปรับ และควบคุมจนฝ่ายหนึ่งออกจากพื้นที่ และเก็บเต็นท์ออกไปตอนเช้า และติดตามจนพบ ผู้ที่ถูกกล่าวหาในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรวบหลักฐานข้อเท็จจริง และรายงานผู้บังคับบัญชา

“สำหรับ ประเด็นที่ปรากฏ ในสื่อสังคมออนไลน์ ขอความเห็นใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ต้องทำงานหนัก ทั้งออกตรวจปราบปรามการกระทำผิด การดูแลนักท่องเที่ยว ในจุดท่องเที่ยวต่างในอุทยานแห่งชาติทั้งกลางวันและกลางคืน และเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งออกไปสนธิกำลังกับชุดพญาเสือเพื่อติดตาม การลักลอบล่าช้างและการสวมตั๋วรูปพรรณ และขุดค้นซากช้างในช่วงนี้ ทางอุทยานแห่งชาติได้ของบประมาณมาติดตั้งกล้องวงจรปิดจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการอนุมัติ และติดตั้ง เพื่อใช้ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่อไป” นายมานะ กล่าว