อดีต ส.จ.ประจวบฯ ขับรถมาหาหมอ กทม. วูบหลับในชนแบริเออร์พระราม 2 เสียชีวิต

14.09.23 | 10:03 น.

อดีต ส.จ.ประจวบฯ ขับรถมาหาหมอ กทม. วูบหลับในชนแบริเออร์พระราม 2 เสียชีวิต

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 14 กันยายน พ.ต.ท.บุญช่วย ร่วมสมัคร สารวัตร (สอบสวน) สน.บางมด รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนแบริเออร์พลิกคว่ำ บนถนนพระราม 2 ขาเข้า ช่องทางด่วนบริเวณหน้าปากซอย 32 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน พบรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต ทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีรอยเฉี่ยวชนกับแบริเออร์คอนกรีตข้างทาง รถพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า กีดขวางถนน 2 เลนด้านขวา

เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตคาเบาะคนขับ 1 ราย ชื่อนายประกิตติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี อดีต ส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาพสวมเสื้อลายสก๊อตแขนสั้น นุ่งกางเกงสแล็คขายาวสีดำ ที่หน้าผากมีบาดแผลฉกรรจ์จากแรงกระแทก 1 แห่ง จึงนำผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์นิติเวช ดำเนินการผ่าชันสูตรหาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

Advertisement

จากการสอบสวน นางสุนันทา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ภรรยา ซึ่งนั่งรถมาด้วยกัน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุสามีกำลังจะเดินทางไปพบแพทย์ตามนัดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อรักษาภาวะไตเสื่อม โดยขับรถพาตนมาจากทาง จ.สมุทรสาคร ขณะกำลังจะมุ่งหน้าไปขึ้นด่วนพระราม 2 ซึ่งระหว่างนั้นตนได้นอนหลับแต่ยังคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ ส่วนสามีปกติแล้วก็เป็นคนขับรถคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเช่นกัน จู่ๆ รู้สึกตัวตกใจตื่น เมื่อรถกระแทกจากทางด้านซ้ายอย่างแรง จนไถลและพลิกคว่ำ ตอนนั้นพอตนรวบรวมสติได้ก็พบว่านายประกิตติ สามีหมดสติไปแล้ว กระทั่งมีอาสาสมัครกู้ภัยมาช่วยนำตนและร่างสามีออกจากตัวรถ โดยตนเชื่อว่าสามีน่าจะเกิดอาการอ่อนเพลียจากการขับรถทางไกลแล้วเกิดอาการวูบหลับ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน จึงทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนพระราม 2 ขาเข้า พบภาพรถยนต์ผู้ตายเปิดไฟผ่าหมาก ขับส่ายไปมาคล้ายกำลังมีอาการหลับใน จากนั้นรถได้เข้าช่องทางด้านซ้ายเฉี่ยวชนกับแบริเออร์คอนกรีตจนรถพลิกคว่ำหงายท้อง ขณะเกิดเหตุโชคดีที่รถคันอื่นๆ เบรกหยุดรถได้ทัน จึงไม่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ซึ่งหลังจากนี้จะนำรถยนต์ของผู้ตายไปเก็บรักษาที่ สน.บางมด โดยหลังจากแพทย์ชันสูตรพลิกศพเรียบร้อยแล้วก็จะให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป