บิ๊กโจ๊ก เผยผลสอบปากคำ จนท. ไม่ตรงกับคลิปวงจรปิดบ้านกำนันนก เข้าข่ายให้การเท็จ
จากกรณีที่ หน่อง ท่าผา ก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ สารวัตรแบงค์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิตภายในที่พัก นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก ขณะที่ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ถูกยิงบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย ถูกนำส่ง รพ. ทั้งนี้ มีการเปิดเผยจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมงานมีมากกว่า 20 นาย ต่อมา มีตั้งกรรมการสอบ โยกย้าย และออกหมายจับตำรวจแล้ว 6 นาย ขณะที่ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. หรือ ผกก.เบิ้ม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา พ.ต.ต.ศิวกร และอยู่ร่วมในงานเลี้ยงใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต
สำหรับเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถูกนำไปทิ้งในน้ำ ก่อนเจ้าหน้าที่จะงมขึ้นมาสำเร็จ เบื้องต้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยวันที่ 14 กันยายนว่า กล้องวงจรปิดทั้งหมดที่จับภาพเหตุการณ์ได้มี 15 ตัว ตอนนี้ตำรวจสามารถกู้ได้ 100% แล้ว 13 ตัว เหลืออีก 2 ตัวจะทราบพรุ่งนี้ (15 กันยายน) ว่าสามารถกู้ได้หรือไม่ แต่ภาพใหญ่กว่านี้สามารถกู้ได้ทั้งหมดแล้ว 13 ตัว อย่างไรก็ดี จะแถลงให้ทราบในช่วงค่ำนี้เวลาประมาณ 20.00 น.
ล่าสุด เมื่อเวลา 21.35 น. วันที่ 14 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงความคืบหน้าว่า ผลการกู้เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดทั้งหมด 15 ตัว ได้มา 13 ตัว แบบ 100% ส่วนอีก 2 ตัวน่าจะได้พรุ่งนี้ช่วงบ่าย ทั้งนี้ ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ว่าใครทำอะไร อยู่ตรงไหน เพราะอยู่ในสำนวน สรุปว่าจากคำให้การของทั้งหมดให้การไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เท่ากับว่าให้การเท็จ วันนี้จะดำเนินการทั้งหมด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนใครมีความผิดแค่ไหนจะประชุมคืนนี้ หรือจะออกหมายจับใครเพิ่มเติมจะไล่เรียงต่อ ดังนั้น ภาพที่ออกมาชัดเจนว่าคนเจ็บอยู่ในลักษณะอย่างไร ก่อเหตุยังไง เห็นชัด 100 เปอร์เซ็นต์ สอดรับแนวทางการสืบสวนที่ไม่ตรงคำให้การ ต้องเรียนว่าปืนมีมากแน่นอน มีทั้งตำรวจและคนนอก เป็นรายละเอียดที่ปรากฏตามภาพ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ภาพที่ปรากฏให้เห็นกับที่ให้การขัดแย้งกัน ส่วนเหตุการณ์ที่เราสืบสวนไว้จะตรงกัน วงจรปิดได้มา 80 เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องการระงับเหตุ ต่างคนต่างหนี ไม่มีการทำหน้าที่ของตำรวจ ถ้าจับก็ต้องจับได้ตั้งแต่ที่เกิดเหตุแล้ว แต่ไม่มีใครจับ ซึ่งจะแบ่งเป็น 1.ช่วยเหลือ 2.หนีไปเลย 3.ควบคุมพื้นที่ ส่วนของตำรวจจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ต้องรอหลังประชุม ส่วนการออกหมายจับจะสรุปคืนนี้

รอง ผบ.ตร.ระบุว่า สำหรับใครทำอะไรบ้างตอนเกิดเหตุ ใครอยู่ตรงไหน ใครถือปืน ใครโกหกว่าช่วยคนเจ็บแต่จริงๆ แล้วไม่ช่วย เรารู้หมดแล้ว ซึ่งกล้องทั้ง 13 ตัวที่กู้ได้นั้นยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด เรื่องคดีกำนันนก กับนายหน่อง ไม่กังวลเลย เพราะมีพยานหลักฐานมัดอยู่แล้ว
“การบ้านชุดใหญ่จะตรวจเส้นทางการเงินทั้งหมดว่าเงินที่เข้ามาถูกต้องหรือไม่ และการประมูลงานทั้งหมดกว่า 1,500 โครงการถูกต้องหรือไม่ วันนี้การตรวจทั้งหมดดูว่ามีความผิดหรือไม่ ดำเนินคดีการฟอกเงินและยึดทรัพย์ และเรื่องส่วยสติ๊กเกอร์ ไปจนถึงตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้จบเท่านั้น มันเกี่ยวพันกันทั้งหมด ตรวจทั้งหมดทุกบริษัท” รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า วันนั้นตำรวจมีปืนเกือบทุกคน ส่วนการพยักหน้าส่งสัญญาณให้ยิงตรงนั้นยังไม่เห็น เพราะยังกู้กล้องไม่ได้ กรณีคนที่ปรากฏที่ รพ.ไปส่งคนเจ็บเราเห็นแล้วว่ามีใครพาไป รพ. จากเดิมบอกไว้หลายคนก็ไม่ตรงข้อเท็จจริง
เรื่องฮั้วประมูลนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐแล้วจะสาวไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ วันนี้สอบแล้ว มีข้อมูลอยู่ในระบบ จะได้รู้ว่าใครเอื้อประโยชน์ จะได้รู้ว่าการประมูลงานกว่า 1,500 โครงการ ใครเอื้อประโยชน์ให้ วันนี้ทำให้เห็นว่าตำรวจที่ไปยืนอยู่ข้างผู้มีอิทธิพลต้องถูกดำเนินคดี บางคนสูญเสียอนาคต ยืนยันว่ามีหมายจับเพิ่มแน่ มีทั้งตำรวจและพลเรือน แต่จะเท่าไรเดี๋ยวว่ากัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บิ๊กโจ๊ก ประสาน สตง.ตรวจสอบ 1,544 โครงการรัฐของกำนันนก กู้เซิร์ฟเวอร์ไว้ 13 ตัว ภาพแจ๋ว
- ตร.นำเซิร์ฟเวอร์ ‘วงจรปิด’ บ้านกำนันนก เปิดดูแล้ว! เผยหลังลั่นไก วงปาร์ตี้วิ่งแตกกระเจิง
- เผยนาที ‘หน่อง’ สังหาร ‘สารวัตรแบงค์’ วงกินเลี้ยงหนีกระเจิง ตร.ยศใหญ่หลบไปพร้อมสาว

