พยาบาล จ.มหาสารคาม ซาบซึ้ง “ในหลวง ร.9” พระราชทานฝนหลวง จากแห้งแล้งให้มีน้ำทำกิน

6.01.17 | 13:40 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พบประชาชนจากทั่วสารทิศทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายตลอดวัน โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายสักการะตั้งแต่เวลา 04.50 น. จากเวลาปกติเปิดเวลา 08.00 น.

นางคำตา พุดซ้อน อายุ 53 ปี ประกอบอาชีพแม่บ้าน เดินทางมาจากคลองสาน กรุงเทพฯ เพียงลำพัง เล่าถึงความซาบซึ้งภายหลังเข้ากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่สุดเนื่องจากตนอยากมากราบตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้ว แต่ติดภารกิจไม่สามารถมาได้ อีกอย่างคือไม่มีเวลามา ได้แต่นั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ดูบรรยากาศพระราชพิธีอยู่ที่บ้าน ซึ่งวันนี้ก็มาเจอบรรยากาศเหล่านั้นด้วยตัวเอง ความรู้สึกมันแตกต่างกันมาก เพราะได้สัมผัสกับความประทับใจเหล่านั้นด้วยตัวเอง รู้สึกภาคภูมิใจมากที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ อีกอย่างพระองค์ทรงปูทางให้กับคนไทยทั้งปรัชญาในการดำรงชีวิต โครงการพระราชดำริเพื่อพัฒนาสังคมประเทศไว้แล้ว มีอย่างเดียวคือให้คนไทยปฎิบัติและเดินตามเส้นทางนั้น

“การเดินทางมาในวันนี้เดินมาคนเดียว และในระหว่างทางก็ทำให้ตนได้รู้จักกับเพื่อนที่เราช่วยเหลือกันมาตลอดทาง เรานั่งข้างกันคุยกันตลอดระหว่างรอคิว จนเกิดเป็นมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน และมิตรภาพที่ดีของตนในวันนี้ ตนอยากให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย อยากให้สังคมรักใคร่ปรองดอง สามัคคีต่อกัน ตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9” นางคำตากล่าว

นางคำตา พุดซ้อน (ขวา) นางเกี้ยม จันทรชำนิ (ซ้าย) นางลักษมี จันทรชำนิ (กลาง)
นางคำตา พุดซ้อน (ขวา) นางเกี้ยม จันทรชำนิ (ซ้าย) นางลักษมี จันทรชำนิ (กลาง)

ส่วนนางเกี้ยม จันทรชำนิ วัย 71 ปีเดินทางมาจากร้อยเอ็ดพร้อมลูกสาว นางลักษมี จันทรชำนิ วัย 53 ปี กล่าวว่า วันนี้ก็ได้มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 คนซึ่งได้ช่วยเหลือกันตลอดระหว่างที่รอคิวสักการะพระบรมศพเกือบ 8 ชั่วโมง โดยนางคำตา จะบอกเล่าตลอดทางว่าพระราชพิธีต่างๆ มีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่มีคนไทยใจดีแบบนี้ และอยากให้มีเรื่องราวๆ ดีเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนไทย

นายเวียน วงศา อายุ 73 ปี พสกนิกรจาก จ.สุรินทร์ เดินทางมาโดยรถโดยสารประจำทางพร้อมลูกสาวและหลายสาวทั้งหมด 6 คน เปิดเผยว่ามีอาชีพเป็นเกษตรกร ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ แบบไม่ใช้สารเคมี เพราะดำเนินชีวิต ประกอบอาชีพตามแนวพระราชดำริในหลวง ร.9 ให้พอมีพอกิน ทำเองใช้เอง มีเหลือแจกจ่ายให้ญาติพี่น้อง เลี้ยงลูกจนจบปริญญาทั้ง 8 คน ชีวิตมีความสุขดี รู้สึกโชคดีที่มีพระองค์เป็บแบบอย่างให้ดำเนินรอยตาม พระองค์เต็มเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพอย่างยิ่ง

Advertisement

นายเวียน เล่าให้ฟังถึงความประทับใจที่ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า เมื่อก้าวเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังมีความตื้นตันใจอย่างมาก เมื่อได้ก้มกราบศีรษะแตะที่พื้น ขนก็ลุกขึ้นทันที เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำมาตลอดชีวิตเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นใครทำมาก่อน พระองค์ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย ไม่แบ่งแยกอาชีพอย่างเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย ทรงทำให้พวกเรายังคงมีอาชีพของตนเองตราบชั่วลูกชั่วหลาน ส่วนตัวสมัยหนุ่มๆ เคยเฝ้ารับเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และอำเภอรัตนบุรี จ.สุรินทร์ ตนอยู่ห่างเพียง 1 เมตร ได้ก้มกราบทั้ง 2 พระองค์ ยังเป็นความรู้สึกตื้นตันใจมาจนถึงทุกวันนี้

นายเวียน วงศา พร้อมครอบครัว
นายเวียน วงศา พร้อมครอบครัว

น.ส. สุนิสา พารหาร อายุ 28 ปี พร้อมด้วย น.ส.ชลิตวรรณ อุปะเก อายุ 24 ปี สองพยาบาลจากโรงพยาบาลมหาสารคาม เดินทางมาพร้อมคณะชาวบ้านที่เดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพ 7 คันรถบัส เผยว่า วันนี้มีหน้าที่ดูแลชาวบ้านส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ โดยนั่งรถกันมานานส่วนมากจะมีอาการหน้ามืด วิงเวียนเล็กน้อย แต่ไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เพราะส่วนมากเตรียมตัวกันมาพร้อมรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างดี โดยวันนี้ถือว่าโชคดีที่อากาศดี และรอไม่นานมาก

“วันนี้ถือโอกาสมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพด้วย รู้สึกปลื้มใจมากๆ ในฐานะคนไทยเราได้มากราบพระองค์สักครั้งในชีวิต ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายที่ทำให้ประชาชนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ท้อแท้ ตัวเองเป็นคนมหาสารคามตั้งแต่กำเนิด เมื่อก่อนเป็นพื้นที่แห้งแล้งมาก พระองค์ก็พระราชทานฝนเทียมทำให้อุดมสมบูรณ์ สอนพสกนิกรทำการเกษตรพอเพียง ให้มีความสุขอย่างยั่งยืน เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่มหาสารคามมักจะบอกเล่าให้ลูกหลานฟังถึงพระมหากรุณาธิคุณ กันรุ่นต่อรุ่น” น.ส.สุนิสา กล่าว

ด้าน น.ส. ชลิตวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวเองทำหน้าที่เป็นพยาบาล เวลาปฏิบัติงานจะนึกถึงเรื่องที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำงานด้วยความเอาใจใส่ทุกอย่าง ทุกเรื่องทรงมีความตั้งใจทำเพื่อประชาชน ซึ่งตัวเองก็นำมาปรับใช้เริ่มจากรู้จักหน้าที่ของตัวเอง รับผิดชอบ และทำด้วยความตั้งใจ ใส่ใจ มีความอดทน เพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วยอย่างถึงที่สุด

น.ส. สุนิสา พารหาร (ซ้าย) น.ส.ชลิตวรรณ อุปะเก (ขวา)
น.ส. สุนิสา พารหาร (ซ้าย) น.ส.ชลิตวรรณ อุปะเก (ขวา)

S__10248199

S__10248200