พ่อเมืองคอนร้องขอ ฮ.สนับสนุน รวมทั้งสปีดโบ๊ท เรือสกู๊ตเตอร์จากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อนำอาหารถุงยังชีพไปแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด
วันที่ 6 ม.ค.60 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สถานการณ์มีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 23 อำเภอ 98 ตำบล 626 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 215,000 คน 70,000 ครัวเรือน ทางจังหวัดได้ประสานขอเฮลิคอปเตอร์กองทัพภาคที่ 4 ของมณฑลทหารบกที่ 41 เพื่อนำอาหารกล่องไปแจกจ่ายประชาชนที่ไม่สามารถออกมาภายนอกได้ จำนวน 200 กล่อง ที่อำเภอนบพิตำ และขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายที่อำเภอนบพิตำ ในวันที่ 7 มกราคม 2560 เมื่อสภาพอากาศเปิด นอกจากนี้ได้มีการขอรับการสนับสนุนเรือเร็ว(Speed Boat) เจ็สกี และสกู๊ตเตอร์ ทั้งจากจังหวัดสงขลา สตูล และภูเก็ต เพื่อนำอาหารกล่องไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอชะอวด และ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเรือท้องแบนไม่สามารถใช้งานได้เพราะน้ำไหลเชี่ยวกราก ส่วนพื้นที่อำเภออื่น ๆ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร มูลนิธิ สมาคม อาสาสมัครต่าง ๆ ในส่วนของเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ทางเทศบาลฯ มูลนิธิ อาสาสมัครและหน่วยทหารได้เร่งช่วยเหลืออย่างเต็มที่เช่นกัน
ขณะนี้ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่กรมชลประทานว่า ปริมาณน้ำที่ต้นน้ำคลองท่าดี อ.ลานสกา มีระดับลดลงแล้ว แต่มวลน้ำจะไหลลงมาถึงตัวเมืองนครฯอีกครั้งในช่วงค่ำวันนี้ (6 ม.ค.60) แต่ระดับน้ำจะไม่สูงไปกว่าปัจจุบันแล้ว เนื่องจากได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ในส่วนของเส้นทางคมนาคม ได้รับการยืนยันจากแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 1 ว่า ถนนหมายเลข 41 ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชรถทุกชนิดสามารถผ่านสัญจรไปมาได้ตามปกติแล้ว มีการติดตั้งสะพานเหล็กชั่วคราว(แบลี่)ที่คอสะพานขาด หน้าบริษัทยูนิรับเบอร์ ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนถนนสายร่อนพิบูลย์-นครศรีธรรมราช ยังมีน้ำท่วมขังที่บริเวณทางเข้าหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง รถใหญ่และรถกระบะยกสูงสามารถผ่านได้ แต่รถเล็กยังต้องระวัง และถนนสายนครศรีธรรมราช- สิชล ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่จุดเดียวคือบริเวณหน้าร้านอาหารโกโตน อ.สิชล รถเล็กยังผ่านไม่ได้ ส่วนถนนสายนบพิตำ-กรุงชิง ที่คอสะพานขาดที่คลองแซะขาดนั้น ขณะนี้แขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 1 กำลังติดตั้งสะพานเหล็กชั่วคราว(แบลี่) คาดว่าเย็นวันนี้น่าจะสามารถใช้งานได้ สำหรับโรงเรียนทุกแห่งในจังหวัดมีการหยุดเรียนชั่วคราว โดยจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันอาทิตย์ว่าจะเปิดเรียนหรือปิดต่อหรือไม่ ส่วนท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ปิดให้บริการ 2 วัน คือวันที่ 6-7 มกราคม เนื่องจากน้ำท่วมบริเวณหัวรันเวย์ 19 จึงมีความจำเป็นต้องปิดระบบไฟนำร่องและเครื่องช่วยเดินอากาศ
นายจำเริญ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือเรื่องอาหารการกิน จึงได้มีการบูรณาการทำงานกันทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิ สมาคมและอาสาสมัครต่าง ๆ ในการนำอาหารกล่อง และถุงยังชีพ เข้าไปแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชน พร้อมทั้งมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่น้ำท่วมสูงไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวด้วย ซึ่งตนได้สั่งการให้มีการตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ 3 จุดหลัก โดยมีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลกลางกลางจังหวัด เป็นศูนย์กลางการให้ความช่วยเหลือ และสั่งการ เมื่อได้รับการร้องขอจากอีกสองศูนย์ที่เกินกำลังของท้องถิ่นและอำเภอ ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าศูนย์ อย่างไรก็ตามขณะนี้มวลน้ำได้ไหลจากพื้นที่โซนภูเขาเริ่มไหลไปรวมอยู่ที่พื้นที่ตอนล่าง เช่น อ.ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เมืองบางส่วน มีปริมาณน้ำประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้มีการขอรับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำเพิ่มเติมจากกองทัพเรือ จำนวน 50 ลำ เพื่อมาผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ โดยติดตั้งที่ประตูฉุกเฉินของประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ อ.ปากพนัง 20 ลำ และติดตั้งที่คลองชะอวด-แพรกเมือง อ.หัวไทรจำนวน 30 ลำ ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น โดยจะสามารถเริ่มผลักดันได้ในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมนี้ ส่วนเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งอยู่ก่อนแล้วกำลังเร่งผลักดันน้ำอย่างเต็มที่

